การประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดนครราชสีมาวันที่ 2 กรกฎาคม และการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีธีมว่า “ประตูสู่อีสาน ศูนย์กลางการท่องเที่ยวอารยธรรม และเกษตรมูลค่าสูง”

นายกรัฐมนตรีติดตามการปราบปรามยาเสพติด การแก้ปัญหาบริหารจัดการน้ำ และแผนพัฒนาจังหวัด เริ่มที่ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ นครราชสีมา และชัยภูมิ

แม้เจาะจงการแก้ไขปัญหาและยกระดับกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ แต่ก็ไม่ได้ละเลยพื้นที่ใกล้เคียง

คาดว่าครั้งต่อไป จะจัดขึ้นในกลุ่มจังหวัดที่มีภูมิรัฐศาสตร์ต่อเนื่องกัน เพื่อยกระดับศักยภาพให้สอดรับกัน เพื่อประชาชนมีความอยู่ดีกินดีพร้อมหน้า

เฉพาะจังหวัดนครราชสีมานั้น เป็นประธานเปิดการอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “Digital Korat : The Future Starts now-โคราช มหานครดิจิทัลแห่งอนาคต” เยี่ยมชมนิทรรศการและพบปะประชาชนที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน

ติดตามโครงการระบบผลิตน้ำประปาขนาดใหญ่อำเภอโนนสูง และโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์และอาคารประดิษฐานพระนอนเมืองเสมา ณ วัดธรรมจักรเสมาราม อำเภอสูงเนิน

จากนั้น ไปติดตามโครงการจัดสร้างศูนย์อาคารศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ 18 ชั้น โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา แล้วไปติดตามการพัฒนาท่าเรือบก อำเภอเมือง เพื่อนำไปสู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค

เป็นครั้งสำคัญที่จะทำประตูสู่อีสานมีความพร้อม ทั้งด้านเทคโนโลยีดิจิทัล การแพทย์ โลจิสติกส์ ซอฟต์พาวเวอร์ และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมต่อเนื่องยังจังหวัดอื่นด้วย

นายกรัฐมนตรีสรุปภาพรวมการลงพื้นที่ครั้งนี้ว่า ร้อยเอ็ดสามารถจับกุมกวาดล้างยาเสพติดมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ จึงเตรียมผลักดันให้เป็นจังหวัดสีขาว โดยให้ทุกหน่วยบูรณาการทำงานร่วมกันและขยายผลต่อเนื่องพื้นที่อื่นด้วย

ขณะที่สุรินทร์ปลูกข้าวได้เป็นอันดับต้นๆ ทั้งข้าวเกษตรอินทรีย์ ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ที่มีศักยภาพสูงมาก ฉะนั้นต้องหาวิธีการแปรรูปข้าว เพื่อทำให้ประชาชนมีรายได้ดีขึ้น ส่วนโครงการโคเนื้อสุรินทร์วากิว ต้องพัฒนาให้มีมาตรฐาน

ศรีสะเกษก็มีศักยภาพสูง โชคดีมีดินจากภูเขาไฟ สามารถปลูกพืชผลไม้ทั้งลำไย ลิ้นจี่ ปัจจุบันมีทุเรียนภูเขาไฟเป็นที่นิยม จึงสนับสนุนให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์หาตลาด เพื่อให้ราคาสินค้าดีขึ้น

น่าสังเกตว่าทุกพื้นที่ที่เดินทางไป ประชาชนหน้าตายิ้มแย้มพากันมาต้อนรับ ห้อมล้อมชื่นชมด้วยความปลาบปลื้มอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นโอกาสดีที่ผู้นำประเทศจะได้สัมผัสข้อเท็จจริงและรับฟังปัญหาเพื่อนำไปแก้ไขได้ตรงตามความต้องการ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน