ในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จ.นครราชสีมา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มอบนโยบายการบูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดระยะเร่งด่วน

นายกฯ ประกาศว่าให้ถือเป็นวาระแห่งชาติ เนื่องจากตลอด 10 เดือนหลังเข้ารับตำแหน่ง ได้ให้ความสำคัญเรื่องยาเสพติด จับกุมได้มาก แต่ปัญหาก็ยังไม่หมด

จึงขอให้ทุกภาคส่วนนำโครงการขจัดยาเสพติดที่ อ.ท่าวังผา จ.น่าน และอ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด มาเป็นต้นแบบแก้ไขปัญหา ซึ่งทั้ง 2 โครงการเป็นความร่วมมือของทุกหน่วยงาน

โดยตั้งเป้าบูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดในระยะเร่งด่วน 3 เดือน (ก.ค.-ก.ย.)

สำหรับวิธีการต่างๆ นั้น ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมกับผู้บังคับการตำรวจจังหวัด นายแพทย์สาธารณสุข นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ขับเคลื่อนงานป้องกันปราบปรามยาเสพติด

ด้วยการตัดวงจรการค้ายาเสพติดรายสำคัญ เอกซเรย์ทุกพื้นที่ ตรวจปัสสาวะกลุ่มเสี่ยงตั้งแต่อายุ 16 ปีขึ้นไปทุกหมู่บ้าน แยกผู้เสพไปบำบัด ขยายผลจับกุมผู้ขาย

รวมถึงให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนการดำเนินงาน ให้ผู้เสพที่ได้รับการบำบัดแล้วมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยการฝึกอาชีพและหางาน มีรายได้เพียงพอกับการดำรงชีวิต เพื่อจะไม่ต้องกลับไปสู่วงจรยาเสพติดอีก

นี่คือมาตรการหลักๆ ของรัฐบาลในการบูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดครั้งใหญ่ ยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ

การประกาศเอาจริงของนายกฯ ที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดครั้งใหญ่ เชื่อว่าย่อมสอดคล้องกับความต้องการของสังคมส่วนใหญ่ ซึ่งต่างก็ทราบดีถึงภัยยาเสพติดที่ระบาดหนักมายาวนาน ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสังคม

ดังเห็นได้จากจำนวนการจับกุม และปริมาณยาเสพติดที่มากขึ้น แสดงว่ามีการผลิตและลักลอบจำหน่ายมากขึ้น ส่งผลให้ราคายาเสพติดยิ่งถูกลง ทำให้ผู้ค้ารายย่อย และผู้เสพเข้าถึงได้ง่าย ไม่เว้นแม้แต่กลุ่มนักเรียน เยาวชน วัยรุ่น ที่จำนวนไม่น้อยอยู่ในวงจรยาเสพติด

อย่างไรก็ตาม มาตรการต่างๆ ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด จะต้องรอบคอบรัดกุม โดยเฉพาะการตรวจสอบผู้ที่มีอายุ 16 ปี ซึ่งถือว่าเป็นเยาวชน ต้องมีมาตรการปฏิบัติอย่างระมัดระวัง

ที่สำคัญมาตรการทั้งหลายต้องไม่มีช่องโหว่ให้เจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรง กระทำในสิ่งไม่พึงประสงค์ และการล่วงละเมิดต่างๆ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน