นับแต่สถานการณ์โควิด 5 ปีก่อน พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป คนไทยหันมาซื้อสินค้าและบริการผ่านออนไลน์มากขึ้นแบบก้าวกระโดด

แม้สะดวกสบาย แต่ปัญหาตามมาคือการร้องเรียนสินค้า “ไม่ตรงปก”

เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) โดยคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาจึงออกประกาศ ให้ธุรกิจการให้บริการขนส่งสินค้าโดยเรียกเก็บเงินปลายทาง เป็นธุรกิจที่ควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงิน พ.ศ.2567

มีสาระสำคัญเกี่ยวข้องกับการที่ผู้บริโภคสามารถขอเปิดดูสินค้าได้ก่อนชำระเงินค่าสินค้า สำหรับการซื้อสินค้าออนไลน์จ่ายเงินปลายทาง ซึ่งเป็นประโยชน์โดยตรงกับประชาชนผู้บริโภค ช่วยแก้ไขปัญหาถูกหลอกขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์

กฎหมายฉบับนี้ช่วยแก้ปัญหาโดยการใช้ “มาตรการส่งดี (Dee-Delivery)” ให้ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าที่เรียกเก็บเงินปลายทางจากผู้บริโภค

ต้องระบุรายละเอียดในหลักฐานการรับเงิน เช่น ชื่อ-สกุล หมายเลขโทรศัพท์ผู้ส่งสินค้า หมายเลขติดตามพัสดุ ข้อมูลพัสดุ จำนวนเงินที่เรียกเก็บปลายทาง รวมถึงให้สิทธิผู้บริโภคปฏิเสธไม่รับสินค้า หรือมีสิทธิได้รับค่าสินค้าคืน

โดยให้ผู้ประกอบธุรกิจถือเงินไว้ก่อนเป็นเวลา 5 วัน ก่อนนำส่งเงินให้ผู้ส่งสินค้า เพื่อให้ผู้บริโภคมีโอกาสแจ้งเหตุขอคืนสินค้าและขอเงินคืน นอกจากนี้ ยังให้สิทธิผู้บริโภคเปิดดูสินค้าก่อนชำระเงินได้ โดยบันทึกภาพถ่าย หรือวิดีโอเป็นหลักฐาน

หากสินค้าไม่ตรงตามที่สั่งซื้อ สามารถปฏิเสธการชำระเงินและไม่รับสินค้าได้

ปัญหาสินค้าออนไลน์ มีการร้องเรียนไปยังหน่วยงานรัฐมากกว่า 4,000-5,000 ครั้งต่อเดือน ทั้งกรณีไม่ได้รับสินค้า สินค้าไม่ตรงปก สินค้าชำรุด สินค้าปลอม ได้รับสินค้าล่าช้ากว่ากำหนด

ประกาศ สคบ. เป็นข่าวดีสำหรับนักช็อปออนไลน์ ที่ได้ความคุ้มครอง เปิดกล่องพัสดุตรวจสอบสินค้าได้ก่อนชำระเงิน

ถึงกระนั้นยังมีหมวดหมู่สินค้าประเภทบริการ เช่น จองตั๋วเครื่องบิน ทัวร์ ที่พัก โรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหาร ที่ต้องจ่ายเงินก่อนบางส่วน โดยไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าบริการนั้น ตรงปกหรือไม่ กว่าจะรู้ก็สายเกินไป

การบ้านข้อนี้ นอกจาก สคบ.ยังฝากไปถึงหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง บูรณาการความคิดและความร่วมมือ ให้เกิดการสร้างระบบคุ้มครองประชาชนผู้บริโภค ที่มีประสิทธิภาพครบวงจรมากยิ่งขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน