ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ 406 เสียง ผ่านร่างพ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 14/2559

เป็นคำสั่งคสช.ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องคณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการกำหนดอำนาจหน้าที่ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ที่หัวหน้าคณะรัฐประหารออกคำสั่งไปเมื่อวันที่ 4 เม.ย.2559

การผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ จะส่งผลให้มีสมาชิกสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งสมาชิกอาจจะมาจากการสรรหา และเลือกตั้ง

เป็นอีกกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาความไม่สงบ และสร้างสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้

นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญที่พิจารณาร่างพ.ร.บ. ระบุว่าการมีสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความสำคัญ

เนื่องจากเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ และคำนึงถึงการสร้างสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม

สำหรับที่มาของสมาชิกสภาที่ปรึกษาฯ นั้น สส.และกมธ.มีข้อสังเกตและข้อเสนอว่า ควรมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ร่วมกับระบบสรรหาแบบเดิม โดยให้คำนึงถึงสัดส่วนความเท่าเทียมระหว่างเพศ กลุ่มเปราะบาง และกลุ่มเยาวชน

รวมถึงควรมีมาตราเฉพาะ เพื่อรองรับกระบวนการและผลลัพธ์ของการพูดคุยเสริมสร้างสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้

หลังรัฐประหาร 22 พ.ค.2557 คณะรัฐประหารปรับเปลี่ยนแนวทางการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ ซึ่งรัฐบาลที่ถูกโค่นล้มด้วยรัฐประหาร กำลังขับเคลื่อนได้อย่างก้าวหน้า ด้วยการตั้งคณะเจรจาพูดคุยสันติภาพกับฝ่ายผู้เห็นต่าง

แต่คณะรัฐประหารไม่สานต่อแนวทางนี้ ออกคำสั่งยุบสภาที่ปรึกษาฯ แล้วใช้วิธีแต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาฯ ขึ้นมาแทน มีหน่วยงานความมั่นคงและภาคราชการเป็นหลัก ลดบทบาทศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) แล้วเพิ่มอำนาจกอ.รมน.

ตลอดระยะเวลาเกือบ 10 ปี ตั้งแต่รัฐบาลทหารต่อเนื่องรัฐบาลสืบทอด เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าแนวทางการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ด้วยวิธีการนี้ไม่ได้ผล

ดังนั้น การรื้อคำสั่งคสช.ซึ่งเป็นอุปสรรค และฟื้นสภาที่ปรึกษาฯ กลับมาอีกครั้ง น่าจะเป็นแนวโน้มที่ดีต่อการสร้างสันติภาพชายแดนใต้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน