บรรยากาศคลี่คลายหลังสับสน อึมครึมมานานร่วมสองสัปดาห์

สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดใหม่ 200 คนที่ผ่านการเลือกภายใต้กติกาซับซ้อนที่สุดในโลก เข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา หลังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผล ลงราชกิจจานุเบกษาเป็นที่เรียบร้อย

กว่าจะมาถึงจุดนี้ สมาชิกใหม่หลายคนต้องฝ่าเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งเรื่องคุณสมบัติ ข้อครหาเรื่องความเป็นเครือข่ายบ้านใหญ่-พรรคการเมือง ที่บล็อกโหวต จัดตั้ง ฮั้วกันเข้ามา กระทั่งได้จำนวนเกินครึ่งสภาสูง

แต่เมื่อยังเป็นแค่ข้อกล่าวหาที่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนรองรับ กกต.จึงต้อง “ปล่อยผี” ไปก่อน แล้วค่อยรวบรวมหลักฐานตาม “สอย” ภายหลัง

ขั้นตอนหลังรายงานตัวครบถ้วน จะนัดประชุมวุฒิสภานัดแรกเพื่อให้ สว.ทั้ง 200 คน กล่าวคำปฏิญาณก่อนปฏิบัติหน้าที่ จากนั้นเป็นวาระการเลือกประธานและรองประธานวุฒิสภา

ประธานวุฒิสภามีชื่อ 2 ตัวเต็ง เป็น “พลเอก” กับ “อดีตอธิบดี” กรมใหญ่ ส่วนรองประธานวุฒิสภา ไม่มีชื่อตัวเต็ง แต่มีเสียงเรียกร้องว่าควรมี สว.สายอิสระ นั่งตำแหน่งนี้ด้วย

วุฒิสภาป็นองค์ประกอบสำคัญฝ่ายนิติบัญญัติ หนึ่งใน 3 เสาหลักอำนาจอธิปไตย ร่วมกับฝ่ายบริหาร และตุลาการ

หน้าที่หลักคือ พิจารณากลั่นกรองกฎหมาย ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ให้ความเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่งในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ เช่น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการป.ป.ช. กกต. ผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นต้น

ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่สำคัญต่อทิศทางการเมืองการปกครองของประเทศทั้งสิ้น

แม้ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง แต่รัฐธรรมนูญมาตรา 114 บัญญัติไว้ว่า สส.และสว.ย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย

ไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมายหรือความครอบงำใดๆ และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์

ขณะที่มาตรา 115 ก่อนเข้ารับหน้าที่ สส.และสว.ต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกด้วยถ้อยคำ ดังต่อไปนี้

“ข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”

จากนี้สังคมต้องร่วมกันเฝ้าดู สว.ทั้ง 200 คนจะทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ตามรัฐธรรมนูญและคำสัตย์ปฏิญาณที่ให้ไว้ได้ครบถ้วนเพียงใด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน