FootNote:การยกเลิก คำสั่งคสช. 14/59 สะท้อน โจทย์ใหม่ “การเมือง”
มติของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่เห็นชอบต่อร่างพรบ.ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 14/2559 อย่างท่วมท้นและเกือบเป็นเอกฉันท์สะท้อนความจริงในทางการเมืองได้อย่างเด่นชัด
ความจริง 1 คือไม่เหมาะสมและความไม่ถูกต้องของคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 14/2559
ความจริง 1 คือพลังอันแข็งแกร่งภายใน “สภาผู้แทนราษฎร”
หากติดตามคำอธิบายอันเป็นที่มาและความต้องการในการ ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 14/2559 ก็จะเห็นได้อย่างเด่นชัดใน ความคิดโดยพื้นฐานที่มีลักษณะบิดเบี้ยว
นั่นก็คือ การปฏิเสธบทบาทของ “สภาที่ปรึกษา” อันมาจากการเลือกของคนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นกลไกในศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้
นั่นก็คือ การเสนอองค์ประกอบของ “การแต่งตั้ง” โดยการกำกับและควบคุมผ่านกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในที่รู้จักในนาม “กอ.รมน.”
นั่นก็คือ ทิศทางในแบบ “การทหาร” นำ “การเมือง”
แต่พลันที่มีการแปรเปลี่ยนในทางความคิดบทสรุป อันสะท้อนผ่านทางการเมืองก็แปรเปลี่ยนไปด้วย
แม้การเลือกตั้งจะมีผลสะเทือนอย่างสำคัญ แต่ก็ไม่สามารถเกิดอะไรขึ้นในการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 เพราะอำนาจยังอยู่ในมือของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ไม่ว่าจะเป็นการใช้อำนาจผ่านพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะเป็นการใช้อำนาจผ่านพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์
ต่อเมื่อผ่านการเลือกตั้งเดือนพฤษภาคม 2566 จึงชัดเจน
เป็นความชัดเจนจากกว่า 14 ล้านเสียงของพรรคก้าวไกล เป็นความชัดเจนจากกว่า 10 ล้านเสียงของพรรคเพื่อไทยและรวมถึงพันธมิตรที่ชิดใกล้อย่างพรรคประชาชาติ
แม้พรรคก้าวไกลจะถูกกันออกจากรัฐบาลไปเป็นฝ่ายค้าน แต่เมื่อมาถึงปมว่าด้วยคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 14/2559 พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ ก็ได้รับการหนุนเสริมจากพรรคก้าวไกล
เด่นชัดว่าเมื่อใดพรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทยคิด และลงมติไปในทิศทางเดียวกันก็จะมีส่วนในการกำหนด
การเมืองหลังการเลือกตั้งเดือนพฤษภาคม 2566 จึงเป็นการเมืองที่สะท้อนลักษณะพิเศษออกมาให้เห็นอย่างเด่นชัด
เด่นชัดเมื่อเกิดปรากฏการณ์วันที่ 22 สิงหาคม 2566
นี่คือโจทย์อันแหลมคมและท้าทายยิ่งในทางการเมืองเมื่อเกิดปฏิบัติการแยกพรรคเพื่อไทยออกจากพรรคก้าวไกลด้วยเงื่อนไขพิเศษในทางการเมือง
โจทย์นี้แม้จะตอบสนองเป้าหมายและความต้องการให้กับพรรคเพื่อไทย แต่ก็จะติดตรึงอยู่กับพรรคเพื่อไทยไปนานเท่านาน
