การแพร่ระบาดและการขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วของปลาหมอคางดำ กำลังเป็นปัญหากระทบกับการประมงและเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำอย่างหนัก

ล่าสุดกรมประมงระบุว่า ปลาชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกรานชนิดนี้ กำลังแพร่กระจายอย่างน่าเป็นห่วงใน 13 จังหวัดชายฝั่งแถบอ่าวไทย ตั้งแต่สมุทรสาครไปจนถึงสุราษฎร์ธานี

ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศวิทยาและสร้างความเดือดร้อนในพื้นที่ เนื่องจากสัตว์ชนิดนี้กินลูกปลา ลูกกุ้ง และลูกหอยเป็นอาหาร ตัดวงจรชีวิตซึ่งเป็นผลผลิตทางประมงที่สำคัญ

รวมถึงหลุดรอดเข้าไปยังบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกร เพราะสามารถอยู่ได้ทั้งน้ำจืด น้ำเค็ม และน้ำกร่อย หากไม่กำจัดและแก้ไขจะเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำอย่างมาก

สำหรับในประเทศไทย พบการแพร่ขยายพันธุ์ของปลาหมอคางดำครั้งแรกใน จ.สมุทรสงคราม เมื่อปี 2555 จากนั้นก็พบการแพร่ขยายมากขึ้นเรื่อยๆ ในปี 2559

กองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด สำรวจพบว่าในจังหวัดสมุทรสงคราม และเพชรบุรี มีสัตว์ชนิดนี้อยู่ในพื้นที่เลี้ยงกุ้งรวมกันไม่ต่ำกว่า 1,573 ตัน หรือราว 30 ล้านตัว

ประมาณการว่าส่งผลต่อมูลค่าความเสียหายต่อเศรษฐกิจการประมงและการเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกรไม่ต่ำกว่า 150-350 ล้านบาทต่อปี

ผลการศึกษายังพบด้วยว่า การระบาดของปลาชนิดนี้มีความน่ากังวลอย่างยิ่ง เพราะอยู่ในการแพร่กระจายที่อยู่ในระดับรุกรานต่อสัตว์น้ำอื่นอย่างมาก

เมื่อปี 2561 มติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้สัตว์ชนิดนี้เป็นสายพันธุ์ต่างถิ่นที่จะต้องควบคุมและกำจัด เพราะเมื่อปล่อยลงแหล่งน้ำธรรมชาติแล้ว จะเข้าไปรุกรานทำลายสัตว์น้ำในระบบนิเวศ

ทำให้เกิดสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์น้ำ ทำให้ปลาบางชนิดเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ และทำให้เสียสมดุลระบบนิเวศใต้น้ำด้วย

ขณะนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะกรมประมง พยายามเร่งกำจัดและควบคุม โดยรับซื้อจากประชาชนที่จับได้ เพื่อนำไปทำลายฝังกลบ อันเป็นการแก้เฉพาะหน้า

การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนจะต้องศึกษาหาแนวทางกำจัดตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อควบคุมมการแพร่ขยายพันธุ์ รวมถึงตรวจสอบข้อเท็จจริงต้นตอที่ทำให้สัตว์น้ำชนิดนี้แพร่ระบาดเกิดจากสาเหตุใด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน