FootNote : แนวรบ เพื่อไทย ภูมิใจไทย เบื้องหน้า อนาคต ก้าวไกล
หากการเดินทางเยือน “เชียงใหม่” หลังออกจาก “ชั้น 14” โรงพยาบาลตำรวจ คือการแผ่ “บารมี” ทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง จากการตัดสินใจในวันที่ 22 สิงหาคม 2566
การเป็น”แขก”ของรีสอร์ตหรูแห่ง”เขาใหญ่”คือการตอกย้ำอีกคำรบหนึ่งอย่างมีนัยสำคัญในทางการเมือง
เป็นของจริงยิ่งกว่า”ภาพ”ที่เห็น ณ บ้านปาร์คนายเลิศ
1 เป็นการยืนยันความสำคัญของเจ้าของรีสอร์ตหรูว่าสัมพันธ์ระหว่าง 2 พรรค คือ พรรคเพื่อไทย กับ พรรคภูมิใจไทย มีความหนักแน่นมั่นคงเพียงใด
ขณะเดียวกัน 1 ยังเป็นการยืนยันว่าทิศทางของพรรคเพื่อไทยกับทิศทางของพรรคภูมิใจไทย จะดำรงอยู่และดำเนินไปอย่างเป็นเอกภาพในฐานะอันเป็นแกนหลัก”ร่วม”
มีความเป็นไปได้ที่ผลประโยชน์ของพรรคเพื่อไทยกับผลประโยชน์ของพรรคภูมิใจไทยจะมีความเป็นอันหนึ่งใจเดียวกัน ไม่ว่าในปัจจุบันหรือในอนาคต
ความหมายก็คือ พรรคภูมิใจไทยยอมรับสถานะ”นำ”แห่งพรรคเพื่อไทยอย่างเต็มเปี่ยม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเลือกตั้งหลังพฤษภาคม 2570
ที่หนักแน่นเป็นอย่างสูงก็คือ ยุทธศาสตร์อันเป็นพื้นฐานแห่งความ สำเร็จผ่านความคิดและข้อตกลงเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 ยังดำรงอยู่อย่างมั่นคง
โดยองค์ประกอบหลักเป็นพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย แวดล้อมอยู่ด้วยพันธมิตรเดิมที่มีอยู่
ไม่ว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ว่าพรรคพลังประชารัฐ
และคู่ต่อสู้ทางการเมืองที่เด่นชัดอย่างยิ่ง คือ พรรคก้าวไกล
เป้าหมายหลักคือพรรคเพื่อไทยจะต้องทวงคืนสถานะพรรคอันดับ 1 คืนกลับมาให้จงได้
หรือถึงไม่สามารถทวงคืนได้การผนึกตัวรวมพลัง พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ พรรคชาติไทยพัฒนา ก็ไม่แปรเปลี่ยน
นี่คือทิศทางของการเมืองไทยที่กำหนดไว้แล้วตั้งแต่ปักหมุดในวันที่ 22 สิงหาคม 2566 เป็นต้นมา
แม้จะเห็นภาพของแนวร่วมทางการเมืองระดับนี้แล้วแต่ความชัด เจนจะปรากฏอย่างเป็นรูปธรรมขึ้นในเดือนสิงหาคม 2567
นั่นหมายถึงสถานะที่ดำรงอยู่ของพรรคก้าวไกลอีกด้วย
ไม่ว่าจะเรียกแนวร่วมทางการเมืองนี้ด้วยบทสรุปอย่างไร แต่ที่ไม่พลิกผันแปรเปลี่ยนอย่างแน่นอน คือ การเผชิญหน้าระหว่างแนวที่นำโดยพรรคเพื่อไทย และแนวที่นำโดยพรรคก้าวไกล
การเมืองไทยได้เดินมาถึงจุดเลี้ยวอย่างแหลมคมและมากด้วยความสำคัญที่จะต้องอาศัยการเลือกตั้งมาเป็นปัจจัยกำหนด