ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแนวทางการตรึงค่าไฟฟ้าเฉลี่ยที่เรียกเก็บจากประชาชนงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค.2567 เฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ใช้ไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน ในอัตรา 3.99 บาทต่อหน่วย

ส่วนประชาชนที่ใช้เกิน 300 หน่วยต่อเดือนขึ้นไป เรียกเก็บในอัตราคงเดิมที่ 4.18 บาทต่อหน่วย และ ครม.ยังเห็นชอบให้ขยายเวลาตรึงเพดานราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 33 บาทต่อลิตร ไปจนถึงวันที่ 31 ต.ค.2567 จากเดิมจะสิ้นสุดวันที่ 31 ก.ค.2567

นอกจากนี้ยังให้แบ่งทยอยชำระเงินคืนหนี้ภาระต้นทุนค่าเชื้อเพลิง และค่าซื้อไฟฟ้าให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นงวดๆ ต่อไป

เนื่องจากกระทรวงพลังงานเห็นว่าการจ่ายชำระคืนหนี้ให้ กฟผ.งวดเดียว แล้วให้ประชาชนแบกภาระหนี้ด้วยการจ่ายค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นต้องทำ

 

สําหรับสาเหตุหนึ่งที่ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงสูงนั้น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน ระบุว่าเกิดจากระบบกลไกกำหนดราคาน้ำมัน เนื่องจากไม่มีกฎหมายควบคุม

ขณะนี้ร่างกฎหมายต้นฉบับเสร็จแล้ว กำลังให้ทีมกฎหมายตรวจสอบ ก่อนส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาช่วยพิจารณา เพื่อแก้ปัญหาราคาน้ำมัน ในประเทศ

รมว.พลังงานระบุด้วยว่าความจริงเนื้อน้ำมัน ของไทยอยู่ที่ 20 บาทกว่าต่อลิตร แต่สาเหตุที่ราคาน้ำมันในไทยสูงถึง 38-40 บาทต่อลิตร เพราะน้ำมันของไทยมีส่วนผสมไบโอดีเซลและเอทานอล

ซึ่งในอดีตราคาถูกกว่าน้ำมัน แต่ปัจจุบันราคาไบโอดีเซลและเอทานอลแพงกว่าน้ำมัน ทำให้น้ำมันของไทยแพงกว่าต่างประเทศ

ดังที่ทราบกันดีภาวะเศรษฐกิจของประเทศซบเซายาวนานนับสิบปี ตั้งแต่รัฐประหาร 2557 นอกจากหยุดประชาธิปไตยแล้ว ยังหยุดการเติบโตพัฒนาในหลายด้าน โดยเฉพาะเศรษฐกิจ

ตลอดจนต้องเผชิญกับวิกฤตโรคระบาดครั้งใหญ่ ต่อด้วยสงครามในยุโรป และตะวันออกกลาง ส่งผลราคาพลังงานโลกเพิ่มสูงขึ้น กระทบถึงต้นทุนการผลิต ขนส่ง และการบริการต่างๆ ที่สูงขึ้นตาม

แม้ปัจจุบันมีรัฐบาลจากการเลือกตั้ง แต่ปัจจัยเหล่านี้ก็ยังส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจ รายได้ประชาชนส่วนใหญ่เท่าเดิม แต่ค่าใช้จ่าย และค่าครองชีพเพิ่มขึ้น

ดังนั้น การตรึงค่าไฟฟ้าและค่าเชื้อเพลิงออกไปอีก น่าจะพอช่วยบรรเทาประชาชนลดภาระค่าใช้จ่าย และค่าครองชีพลงได้ ในระดับหนึ่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน