ระหว่างบรรยายพิเศษ เรื่อง การป้องกันการทุจริตภาครัฐยุค Digital Disruption นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมายและระเบียบปฏิบัติราชการ เปิดเผยตอนหนึ่ง ว่า

เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุม ครม.ได้ผ่านร่างกฎหมายแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต หรือกฎหมายป.ป.ช. บางมาตรา

สาระสำคัญคือ การมุ่ง “คุ้มครองพยาน” และป้องกัน “การฟ้องปิดปาก” สืบเนื่องจากอดีตเมื่อมีการทุจริตเกิดขึ้นในภาครัฐ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยแพร่งพรายออกมา เพราะประชาชนผู้ประสบเหตุไม่กล้าร้องเรียน

เลือกใช้วิธีนิ่งเงียบ ปล่อยผ่าน เนื่องจากกลัวถูกฟ้องกลับ หรือถูกฟ้องปิดปาก นั่นเอง

การทุจริตภาครัฐในไทยมีประวัติความเป็นมายาวนานนับร้อยปี จากคำว่า “บังหลวง” มาสู่คำว่า “คอร์รัปชั่น” ที่กินความหมายกว้างกว่า พร้อมรูปแบบการทุจริตที่มีความลึกลับซับซ้อนมากขึ้น

เพื่อต่อกรกับปัญหา ทำให้ต้องตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ อาศัยความชำนาญของผู้พิพากษาในการพิจารณาตัดสินคดีเป็นการเฉพาะขึ้นเมื่อปี 2559

อย่างไรก็ตาม การจะขจัดปัญหาดังกล่าวให้หมดสิ้น นอกจากภาครัฐเองแล้ว ประชาชนถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ เพราะถึงเจ้าหน้าที่รัฐบางคนจะเป็นผู้เรียกรับสินบน รีดไถ

แต่ก็มีประชาชนจำนวนหนึ่งเป็นผู้เสนอ ผู้ให้ กระทั่งยินยอมร่วมปกปิดการกระทำ ด้วยเพราะกลัวถูกฟ้องปิดปาก ทำให้ชีวิตเดือดร้อนและมีอันตราย

ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นส่งผลร้ายต่อการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในทุกสาขาอาชีพ เป็นอุปสรรคขัดขวางการพัฒนาประเทศ

รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ถึงการทำงานร่วมกับประชาชนในการป้องกันและขจัดการทุจริตที่ประชาชนมีส่วนร่วม

เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้รัฐมีหน้าที่ต้องส่งเสริม สนับสนุน ให้ความรู้แก่ประชาชนถึงอันตรายเกิดจากการทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน และจัดให้มีมาตรการกลไกที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันและขจัดปัญหาอย่างเข้มงวด

ฉะนั้น เพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและนโยบายที่แถลงไว้ รัฐบาลควรเร่งผลักดัน “การคุ้มครองพยาน” และป้องกัน “การฟ้องปิดปาก” ในคดีทุจริต ให้ผ่านกระบวนการออกเป็นกฎหมายบังคับใช้โดยเร็ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน