หลังน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเข้าปฏิบัติหน้าที่ทันทีหลังจากแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
ระหว่างนี้อยู่ในช่วงสัปดาห์ที่สาม และเกิดอุทกภัยสร้างความเสียหายในพื้นที่ภาคเหนือหลายจังหวัด ซึ่งจากนี้ไปจะต้องเริ่มดำเนินการตามแผนฟื้นฟูและเยียวยา
ปัญหาดังกล่าวนับว่าสร้างความท้าทายต่อภาวะผู้นำและทีมงานรัฐบาลชุดนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งอาจจะมีการนำไปเปรียบเทียบกันกับรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
แต่ปัญหาความรุนแรงของภัยธรรมชาติในครั้งนี้ยังเทียบไม่ได้กับมหาอุทกภัยในประเทศไทยเมื่อปี 2554 อีกทั้งมีบทเรียนการแก้ปัญหามาแล้ว
ที่ผ่านมา คะแนนความนิยมของนายกรัฐมนตรี เป็นรองคู่แข่งทางการเมืองประมาณหนึ่ง แต่เมื่อได้ดำรงตำแหน่งผู้นำรัฐบาล ความชื่นชอบและเชื่อมั่นก็เริ่มเพิ่มขึ้นเป็นที่ปรากฏ
ผลการสำรวจความคิดเห็นของสำนักโพลล่าสุด พบว่า น.ส.แพทองธารมีคะแนนสนับสนุนมาเป็นลำดับที่หนึ่ง ที่ประชาชนอยากให้เป็นนายกรัฐมนตรี
ร้อยละ 31.35 ระบุเหตุผลว่าเป็นเพราะมีความเป็นผู้นำ และมีความพยายามในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ส่วนอันดับที่สอง ร้อยละ 23.50 ระบุยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้
ขณะที่อันดับที่สามร้อยละ 22.90 ระบุว่านายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เพราะเป็นคนรุ่นใหม่ มีแนวคิดและทัศนคติที่ดี ซึ่งจะต้องติดตามเพิ่ม
ผลการสำรวจดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนอยู่กับปัจจุบันและมองออกถึงความจริงทางการเมืองขณะนี้มากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสที่จะพิสูจน์ศรัทธาต่อไป
สำหรับนายกรัฐมนตรีก็จะได้แสดงศักยภาพความเป็นผู้นำ ตลอดจนวิสัยทัศน์การแก้ปัญหาทั้งระบบ โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจที่ประเทศไทยโตไม่เท่ากับความเป็นจริง
ส่วนฝ่ายค้าน ก็ต้องสร้างความเชื่อมั่นว่ามีระบบความคิด นโยบายตลอดจนองค์ความรู้ที่แข่งขันได้กับรัฐบาล วาทกรรมทางการเมืองจะไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนอยากได้ยินซ้ำๆ อีกแล้ว
รัฐบาลนี้ยังมีเวลาอีกสองปีกว่าๆ ที่จะแสดงฝีมือในการบริหารประเทศให้เป็นไปตามนโยบาย ส่วนฝ่ายค้านก็ต้องใช้พลังมุ่งหวัง สร้างเชื่อมั่นว่ามีศักยภาพที่จะนำพาประเทศไปสู่ความก้าวหน้าได้เช่นกัน