พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ระบุถึงความคืบหน้าการติดตามจับกุมผู้ต้องหาและจำเลย 14 คน คดีสลายการชุมนุมหน้าสภ.ตากใบ จ.นราธิวาส เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 85 ราย ซึ่งคดีกำลังจะหมดอายุความในวันที่ 25 ต.ค.2567
ผบ.ตร.ชี้แจงว่าได้สั่งการอย่างเป็นทางการด้วยหนังสือให้ติดตามจับกุมไปแล้ว 29 ครั้ง รวมทั้งให้เข้าตรวจค้น เฝ้าจุด และติดตามอย่างต่อเนื่อง เพื่อระมัดระวังการหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้วมากกว่า 180 ครั้ง
นอกจากนี้ยังกำชับทุกกองบัญชาการ และกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ให้ติดตามตัวตามที่มีภูมิลำเนาและถิ่นที่อยู่ และประสานตำรวจสากลออกหมายติดตามตัวผู้หลบหนีไปต่างประเทศ
เป็นการชี้แจงฝ่ายตำรวจ ซึ่งมีหน้าที่ติดตามจับกุมผู้เกี่ยวข้องที่ถูกออกหมายจับคดีตากใบ
สำหรับรัฐบาลผู้ควบคุมกำกับดูแลนโยบายในภาพรวมนั้น นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ยืนยันรัฐบาลไม่ทอดทิ้งกระบวนการทางกฎหมาย และฝ่ายผู้เสียหาย
ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ร่วมระบุโดยหวังว่าจะได้ตัวผู้หลบหนีกลับมาได้ทันก่อนคดีหมดอายุความ และเห็นใจผู้เสียหาย เนื่องจากความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความอยุติธรรม
พร้อมทั้งระบุถึงความล่าช้าคดี สืบเนื่องจากผู้เกี่ยวข้องในการดำเนินคดีลดการสอบสวน จนผ่านมานานหลายปี ต่อมาต้นปี 2567 สส.พรรคประชาชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ สภาผู้แทนราษฎร เข้าไปติดตามเรื่อง
จนกระทั่งนำมาสู่การยื่นฟ้องคดีเองของฝ่ายผู้เสียหาย และศาลประทับรับฟ้อง
อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลปัจจุบันไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในคดีตากใบ แต่ในฐานะผู้บริหารประเทศย่อมต้องมีหน้าที่ในการอำนวยความยุติธรรมให้เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงมิได้
โดยเฉพาะการสั่งการเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดติดตามตัวผู้ต้องหาและจำเลยทั้ง 14 คน มาเข้าสู่การพิจารณาคดีในชั้นศาลให้ได้ทันก่อนหมดอายุความอีกไม่กี่วัน ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้ชี้แจงต่อสังคมหลายครั้งเกี่ยวกับเรื่องนี้
รวมถึงข้อเรียกร้องจากภาคประชาชน สส. สว.ส่วนหนึ่ง และข้อเสนอแนะจากนักวิชาการด้านกฎหมาย เกี่ยวกับออกพระราชกำหนดขยายอายุคดีความ
ถือเป็นหน้าที่รัฐบาลที่ต้องเร่งรัดและรับไว้พิจารณา ตลอดจนการวางมาตรการรับมือป้องกันสถานการณ์ หากไม่สามารถนำผู้เกี่ยวข้องเข้าสู่การพิจารณาคดีในชั้นศาลได้