สืบเนื่องจากการเข้ามาของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากจีน ทำให้สังคมมีความกังวลว่าผู้บริโภคในประเทศจะได้รับสินค้าไม่ได้มาตรฐาน
ส่งเข้ามาขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ จนเกิดผลกระทบต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซของไทย
ล่าสุด นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจจากต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เพื่อดำเนินการเชิงรุกในการติดตาม และเร่งรัดมาตรการแก้ไขปัญหาให้เห็นผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
ตั้งเป้าให้มีความคืบหน้าชัดเจนภายใน 3 เดือน วันที่ 1 พ.ย.นี้จะประชุมนัดแรก เพื่อรับฟังปัญหาอุปสรรคการดำเนินงาน พร้อมพิจารณามาตรการป้องกันและส่งเสริมเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขปัญหาระยะยาว
คณะกรรมการ ประกอบด้วย รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน มีผู้แทนกระทรวงและหน่วยงานสำคัญภาครัฐ อาทิ พาณิชย์ คลัง เกษตรฯ ดิจิทัลฯ มหาดไทย ยุติธรรม อุตสาหกรรม
รวมทั้ง สำนักนายกฯ ผบ.ตร. คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
มีหน้าที่และอำนาจกำหนดนโยบายและมาตรการจำเป็นเร่งด่วน ในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาการนำเข้าและจำหน่ายสินค้าไม่มีคุณภาพมาตรฐานจากต่างประเทศกับภาครัฐและภาคเอกชน
เบื้องต้น 5 มาตรการหลัก ได้แก่ ให้หน่วยงานรัฐบังคับใช้ระเบียบกฎหมายอย่างเข้มข้น ปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบให้สอดคล้องกับการค้าอนาคต มาตรการด้านภาษี มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการไทย และสร้างหรือต่อยอดความร่วมมือกับประเทศคู่ค้าเพิ่มขึ้น
ช่วงกลางปีที่ผ่านมามีแพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์ชื่อดังจากจีนขยายเข้ามาในไทย เน้นกลยุทธ์ขายสินค้าราคาถูก ทำให้เอสเอ็มอีไทยที่ขายสินค้าประเภทเดียวกัน ต้องเผชิญแรงกดดันด้านราคา ต้องลดราคาสินค้าลงเพื่อแข่งขัน ส่งผลต่อกำไรของธุรกิจ
ที่สำคัญสินค้าบางรายการบนแพลตฟอร์มชื่อดังของจีน อาจมีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน จนส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์สินค้าไทยโดยรวม
ดังนั้น คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นนอกจากต้องแก้ปัญหาสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ราคาต่ำเกินจริง รวมถึงสินค้าและธุรกิจที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
ยังต้องกระทำไปพร้อมกับการเพิ่มความสามารถแข่งขันให้กับผู้ประกอบการไทยในโลกการค้ายุคใหม่ ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงความปลอดภัยและประโยชน์สูงสุดของประชาชนอีกด้วย