สํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งว่าจากกรณีสมาชิกสภาองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) และนายกอบจ. ที่ได้รับเลือกตั้งเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2563 จะครบวาระการดำรงตำแหน่งวันที่ 19 ธ.ค.2567
กกต.จึงเห็นชอบร่างแผนการจัดการเลือกตั้ง โดยจะประกาศรับสมัครรับเลือกตั้งระหว่างวันที่ 23-27 ธ.ค.2567 และกำหนดวันเลือกตั้งในวันเสาร์ที่ 1 ก.พ.2568
กกต.ระบุว่าการเสนอวันเลือกตั้ง และวันรับสมัคร เป็นอำนาจของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำอบจ. โดยความเห็นชอบของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด เพื่อประกาศให้มีการเลือกตั้งต่อไป
การเลือกตั้งส.อบจ. และนายกอบจ. เป็นการเลือกตั้งระดับจังหวัดที่มีความสำคัญรองจากการเลือกตั้งระดับชาติ
ตามมาตรา 11 พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภา ท้องถิ่นฯ พ.ศ.2562 บัญญัติโดยสรุปว่าให้จัดการเลือกตั้งภายใน 45 วัน นับแต่วันที่ดำรงตำแหน่งครบวาระ หรือภายใน 60 วัน กรณีพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุอื่นใดนอกจากครบวาระ
ตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ.2566 จนถึงวันที่ 29 ต.ค.2567 มีนายกอบจ.พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ 29 จังหวัด โดย 27 จังหวัดเป็นการลาออกก่อนครบวาระ ส่วนอีก 2 จังหวัด ศาลสั่งให้เลือกตั้งใหม่
โดยในจำนวนทั้งหมดนี้ จัดการเลือกตั้งไปแล้ว 18 จังหวัด กกต.รับรองผลแล้ว 16 จังหวัด ยังไม่รับรอง 2 จังหวัด และยังไม่เลือกตั้ง 11 จังหวัด
ล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 พ.ย. 2567 เพิ่งผ่านการเลือกตั้งนายกอบจ.ขอนแก่น และสุโขทัย อยู่ระหว่างรอ กกต.รับรองผล
อย่างไรก็ตาม หลังกกต.กำหนดร่างแผนงาน เลือกตั้งส.อบจ. และนายกอบจ. กรณีครบวาระการดำรงตำแหน่ง พร้อมกำหนดวันเลือกตั้งในวันเสาร์ที่ 1 ก.พ.2568 ปรากฏว่ามีข้อทักท้วงจากกลุ่มการเมือง พรรคการเมือง และประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง
เนื่องจากเห็นว่าไม่ควรกำหนดวันเลือกตั้งเป็นวันเสาร์ แต่ควรเป็นวันอาทิตย์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ เพราะวันเสาร์อาจตรงกับวันทำงานของบางแห่ง รวมถึงการเดินทางกลับภูมิลำเนาต่างจังหวัดเพื่อมาใช้สิทธิ์
ที่ผ่านมาการเลือกตั้งในทุกระดับ ตั้งแต่สส. อบจ. เทศบาล อบต. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ เมืองพัทยา นั้น กกต.ก็กำหนดวันเลือกตั้งให้ตรงกับวันอาทิตย์
แต่กรณีเลือกตั้งส.อบจ. และนายกอบจ. ปี 2568 ทำไมกำหนดวันเสาร์ หวังว่ากกต.จะนำเรื่องนี้ไปทบทวน หรือชี้แจงเหตุผลให้ชัดเจน