หลังเสร็จสิ้นภาระประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ศูนย์แม่ริม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ อันเป็นการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรครั้งแรกของรัฐบาลนี้
น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี ได้ร่วมหารือและมอบนโยบายแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก พีเอ็ม 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ
พร้อมตั้งเป้าลดพื้นที่เผาในเขตป่าลงร้อยละ 25 โดยดึงชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม อาจจ้างประชาชนร่วมประจำจุดเฝ้าระวัง ให้มีส่วนร่วมดูแล ป้องกันรักษาป่า และชาวบ้านในพื้นที่มีรายได้ในช่วงนอกฤดูเก็บเกี่ยว
ขณะเดียวกัน ก็จะพยายามลดการเผาไหม้ในพื้นที่เกษตรให้ได้มากที่สุด รวมถึงประสานพูดคุยกับประเทศเพื่อนบ้าน ควบคุมการนำเข้าและไม่รับซื้อสินค้าเกษตรที่เป็นผลผลิตจากการเผาไหม้ เพื่อลดปัญหาฝุ่นควันข้ามแดนด้วย
เป็นที่ทราบกันดีว่าช่วงปลายฤดูหนาวและย่างเข้าฤดูร้อน ประเทศไทยประสบกับมลพิษทางอากาศอย่างมาก โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ ส่งผลกระทบถึงสุขภาพร่างกายของประชาชนเป็นอย่างมาก
ส่วนหนึ่งมาจากการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ไฟไหม้ป่าทั้งที่เกิดจากธรรมชาติและฝีมือมนุษย์ ทำให้ลุกลามเป็นบริเวณกว้าง ยากต่อการควบคุม เนื่องจากอากาศแห้ง
แม้ว่าทุกภาคส่วนจะพยายามชี้แจง ทำความเข้าใจและประชาสัมพันธ์ถึงอันตรายและผลกระทบต่างๆ ที่ตามมา แต่ปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นขนาดเล็กพีเอ็ม 2.5 ก็ยังไม่ลดลงได้เลย
ในช่วงสุดท้าย นายกรัฐมนตรีได้ตรวจเยี่ยมกำลังพล หน่วยดับไฟป่า และตรวจสอบอุปกรณ์ต่อสู้กับไฟป่า พร้อมชื่นชมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพให้เจ้าหน้าที่ด้วย
อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการ ก็ได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมประสานความร่วมมือเตรียมรับปัญหานี้เช่นกัน
มอบนโยบายให้กรมส่งเสริมการเกษตร ประชาสัมพันธ์สร้างการตระหนักรู้ให้ประชาชนหยุดเผาในพื้นที่เกษตรอย่างเข้มข้น สร้างแรงจูงใจในการผลิตสินค้าเกษตรแบบไม่เผาทำลายเศษซาก
นอกจากนี้ ยังให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เตรียมความพร้อมปฏิบัติการฝนหลวง เพื่อบรรเทาปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และฝุ่นละอองพีเอ็ม 2.5 อย่างเป็นระบบ
โดยบูรณาการด้านเทคนิคและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ขึ้นบินปฏิบัติการบนท้องฟ้าในพื้นที่ที่มีปัญหา เนื่องจากได้ศึกษาและรวบรวมข้อมูลมาแล้วเป็นอย่างดี จึงต้องชื่นชมและให้กำลังใจให้ประสบความสำเร็จ