วันเด็กแห่งชาติปีนี้ ตรงกับวันเสาร์ 11 ม.ค. นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร มอบคำขวัญให้กับเด็กและเยาวชนไทย “ทุกโอกาส คือ การเรียนรู้ พร้อมปรับตัวสู่อนาคตที่เลือกเอง”

ประเทศไทยจัดงานวันเด็กแห่งชาติครั้งแรกปีพ.ศ.2498 หรือเมื่อ 70 ปีมาแล้ว สืบเนื่องก่อนหน้านั้นที่ประชุมองค์การสหประชาชาติเห็นพ้องให้มี“วันเด็กสากล” เพื่อส่งเสริมวัตถุประสงค์กฎบัตรสหประชาชาติ ว่าด้วยสวัสดิการและคุณภาพชีวิตของเด็กทั่วโลก

นับแต่นั้นมา รัฐบาลไทยจึงจัดให้มีคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ทำหน้าที่ประสานหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ เอกชน ตลอดจนกำหนดให้มีการเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค

เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อพัฒนาการของเด็กโดยถ้วนหน้า

นการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาเมื่อปีก่อน นายกฯ ระบุตอนหนึ่งว่า รัฐบาลจะส่งเสริมการเกิดและเติบโตอย่างมีคุณภาพของเด็กทุกคนอย่าง เท่าเทียม เข้าถึงศูนย์ดูแลเด็กปฐมวัยที่มีมาตรฐาน ได้เรียนหนังสือที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล

ส่งเสริมปลดล็อกศักยภาพด้านศิลปะ วัฒนธรรม กีฬา พัฒนาระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นทั้งในระบบ นอกระบบ ใช้เทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาสนับสนุน ตอบโจทย์ศักยภาพของผู้เรียน

ลดภาระและความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ เน้นการสอนทักษะที่ใช้ประโยชน์ได้ในชีวิตจริงเพื่อสร้างรายได้ ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและ ภาคเอกชนในการจัดการศึกษาทุกระดับ

รวมทั้งการเฟ้นหาและช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา

นโลกความเป็นจริง เด็กแต่ละคนมีฐานะทางครอบครัวต่างกัน แต่ไม่ว่าอยู่ส่วนใดของสังคม เด็กจำเป็นต้องได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม ปราศจากความเหลื่อมล้ำ เด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาต้องดึงกลับเข้ามา

แต่การไปถึงจุดนั้นได้ นอกจากสมาชิกในครอบครัว รัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐจำเป็นต้องยื่นมือเข้าไปดูแลช่วยเหลือแบบบูรณาการ ในการเปิดประตูโอกาสความเสมอภาคเท่าเทียมทางการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนทุกคน

จากถ้อยแถลงต่อรัฐสภา รัฐบาลตั้งเข็มทิศนโยบายเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนรากฐานอนาคตประเทศไว้ชัดเจน

ของขวัญวันเด็กชิ้นสำคัญจึงอยู่ที่รัฐบาล ต้องมุ่งมั่นเดินตามเข็มทิศนโยบาย ให้ถึงจุดหมายความสำเร็จเป็นรูปธรรมโดยแท้จริง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน