นายกรัฐมนตรี นำรัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้องลง พื้นที่ติดตามโครงการต่างๆ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จังหวัดนราธิวาสและยะลา โดยมีประชาชนรอต้อนรับอย่างอบอุ่น
อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวขอโทษประชาชนชาวจังหวัดปัตตานี ที่ต้องยกเลิกภารกิจ กลางคัน ไม่ได้ลงพื้นที่ตามที่กำหนดไว้ เนื่องจากสภาพฝนฟ้าอากาศ
การเดินทางไปเยี่ยมเยียนและพบปะประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ได้สัมผัสกับประชาชนเจ้าของพื้นที่ด้วยตัวเอง แม้ไปกลับในวันเดียวก็ตาม
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจและเดินทาง กลับกรุงเทพมหานคร นายกรัฐมนตรี ได้ให้คำมั่นสัญญากับชาวบ้านว่าจะกลับมาเยี่ยมเยียนและติดตามโครงการต่างๆ อีกอย่างแน่นอน
ปัญหาความรุนแรงและความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ทั้งสามจังหวัด ยืดเยื้อเรื้อรัง สร้างความสูญเสียแก่ประชาชน เจ้าหน้าที่ และส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจมาอย่างยาวนาน
ที่ผ่านมา รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยพยายามหาทางแก้ไขมาโดยตลอด แต่ก็ยังไม่สามารถบรรเทาเบาบางลงได้ บางช่วงบางตอนก็ยิ่งเกิดเหตุรุนแรงและใหญ่หลวงขึ้นด้วย
แม้ทุ่มเททรัพยากร งบประมาณ พัฒนาอาชีพ ระบบขนส่งและโทรคมนาคม รวมถึงเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เข้าถึงระบบการศึกษาอย่างเท่าเทียมก็ตาม
แต่เนื่องจากมีเหตุปัจจัยที่ซับซ้อน หมักหมม ลงลึก การแก้ไขปัญหาที่กลายเป็นการสร้างปัญหาซ้อนทับลงไป ยิ่งสร้างความยุ่งยาก มีประเด็นที่ละเอียดอ่อนขึ้นอีก
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตั้งข้อสังเกตการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ตลอดระยะเวลายี่สิบปีที่ผ่านมา มียุทธศาสตร์ที่ต้องทบทวน แก้ไขปรับปรุงหรือไม่ โดยเตรียมหารือในที่ประชุมฝ่ายความมั่นคงเร็วๆ นี้
อีกทั้ง กระบวนการพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้นั้น ก็มีคำถามว่าการเจรจาของฝั่งฝ่ายคู่เจรจา ถูกคนมีอำนาจเต็มจริงๆ หรือไม่ เพราะระหว่างพูดคุย ความรุนแรงก็ยังเกิดขึ้นเสมอ
จึงขอให้การลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของแสงสว่างที่จะนำไปสู่การทบทวนยุทธศาสตร์การสร้างความสงบสุขให้เกิดขึ้น หรืออย่างน้อยก็ลดสถานการณ์ตึงเครียดลง
การแก้ไขปัญหาที่ต่อเนื่องยาวนานนี้ จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือและช่วยเหลือจากประเทศเพื่อนบ้านด้วย ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีความสัมพันธ์อันดีกับผู้นำประเทศดังกล่าว น่าจะใช้ศักยภาพนี้เพื่อ ยุติความรุนแรงได้เช่นกัน