นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ระบุถึงความคืบหน้าการทบทวน เพื่อจัดทำยุทธศาสตร์แก้ปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ฉบับใหม่
ซึ่งในยุทธศาสตร์ใหม่มีแนวความคิดที่จะนำผู้เห็นต่างกลับเข้าสู่สังคม โดยเลขาฯ สมช.ระบุว่าคล้ายกับนโยบาย 66/23 เป็นการใช้การเมืองนำการทหาร
พร้อมทั้งยืนยันว่าคณะพูดคุยสันติสุขยังคงมีอยู่ตามนโยบายใหญ่ที่กำหนดไว้ เพียงแต่รอให้รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พิจารณาก่อนส่งเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่พิจารณา
เลขาฯ สมช.เชื่อว่ายุทธศาสตร์ใหม่แก้ปัญหาไฟใต้จะเป็นแนวทางที่ดีขึ้น
สำหรับนโยบาย 66/23 คือคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 66/2523 ออกเมื่อวันที่ 23 เม.ย.2523 ในสมัยพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี
เป็นคำสั่งและนโยบายของรัฐบาลในการต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์ช่วงสงครามในเขตป่าเขา โดยให้ความสำคัญกับมาตรการทางการเมืองเหนือการปฏิบัติทางการทหาร ส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมือง และกระบวนการทางประชาธิปไตย
สุดท้ายนำไปสู่การเปิดทางให้ผู้เห็นต่างจากรัฐกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ โดยไม่ถือว่าการกระทำที่ผ่านมามีความผิดทางกฎหมาย ส่งผลให้ประชาชนและนิสิตนักศึกษาที่เข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์ ยอมวางอาวุธ ออกจากป่ากลับคืนสู่เมืองร่วมพัฒนาชาติไทย
เป็นนโยบายการเมืองนำการทหาร เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งทางความคิดอุดมการณ์ ที่ยังคงถูกกล่าวถึงในปัจจุบัน
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ที่เคยมีประสบการณ์ในยุคสงครามดังกล่าว ซึ่งในปัจจุบันกำกับควบคุมการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ ร่วมระบุถึงการนำนโยบาย 66/23 กลับมาใช้
โดยกล่าวว่าแม้ย้อนหลังไป 50 ปี แต่หากเรื่องใดที่เคยใช้ได้ ก็ต้องนำมาพิจารณา โดยต้องดูว่าสอดคล้องกับสภาพปัจจุบันหรือไม่ ส่วนใดที่เคยประสบความสำเร็จก็นำมาปรับใช้
ความรุนแรงชายแดนภาคใต้ต่อเนื่องมา 21 ปี ใช้มาตรการทางทหารจับกุมปราบปรามอย่างเข้มข้น แต่สถานการณ์ก็ยังไม่มีทีท่าจะสงบสันติสุขอย่างแท้จริง
การเปลี่ยนยุทธศาสตร์ใหม่ ใช้การเมืองนำการทหาร หรือนโยบาย 66/23 ที่เคยได้ผลในอดีตมาปรับใช้ จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจต่อการดับไฟใต้