ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้รับญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 จากผู้นำฝ่ายค้านและสส.พรรคร่วมฝ่ายค้านจำนวน 116 รายชื่อแล้ว โดยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้อง และแจ้งผลภายใน 7 วัน

ญัตติพุ่งเป้าที่น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพียงผู้เดียว ระบุเป็นผู้มีพฤติการณ์อันไม่อาจไว้วางใจให้บริหารราชการแผ่นดินในฐานะนายกรัฐมนตรีได้อีกต่อไป

มีรายละเอียดสรุปได้ 6 ประเด็นหลักๆ ส่วนใหญ่ชี้ข้อบกพร่องว่าไม่มีคุณสมบัติและไม่มีความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายบริหาร จงใจลอยตัวอยู่เหนือปัญหาและไม่มีความรับผิดชอบต่อตำแหน่งหน้าที่

รวมทั้งสมัครใจยินยอมให้นายทักษิณ ชินวัตร ชี้นำ ชักใย ให้กระทำการหรืองดเว้นกระทำการอันเป็นเรื่องสำคัญของชาติบ้านเมือง ประพฤติตนเป็นเสมือนนายกรัฐมนตรีหุ่นเชิด โดยมีบิดาเป็นนายกรัฐมนตรีตัวจริง

ญัตติข้อกล่าวหาซึ่งเขียนระบุพาดพิงถึงบุคคลภายนอกอย่างชัดเจนเช่นนี้ ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรตั้งขึ้นเป็นผู้ตรวจสอบและเสนอความเห็นว่าเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับโดยถูกต้องหรือไม่

จริงอยู่ การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นกระบวนการตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาลวิธีหนึ่ง ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้บัญญัติไว้ ถือเป็นเครื่องมือของฝ่ายค้านในการตรวจสอบฝ่ายบริหาร

ที่ผ่านมา มักเป็นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล หรือไม่ก็อภิปรายรัฐบาลทั้งคณะ แต่การอภิปรายที่พุ่งเป้านายกรัฐมนตรีเพียงผู้เดียว ก็ถือเป็นการอภิปรายรัฐบาลทั้งคณะด้วยเช่นกัน

เพราะผลการลงมติหากนายกรัฐมนตรีไม่ผ่านความไว้วางใจ รัฐมนตรีอื่นๆทั้งรัฐบาลก็ต้องสิ้นสภาพตามไปด้วยทั้งหมด ซึ่งต้องจับตาดูว่าฝ่ายค้านจะมีข้อมูลและศักยภาพดำเนินการเช่นนั้นได้หรือไม่

สำหรับกำหนดวันอภิปรายนั้น เบื้องต้นคาดว่าจะเป็นวันที่ 24 มีนาคม ส่วนจะใช้ระยะเวลากี่วัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ให้ผู้นำฝ่ายค้าน วิปฝ่ายค้านและวิปฝ่ายรัฐบาลไปหารือและตกลงกันเอง

ในส่วนพรรคประชาชนนั้น ที่ผ่านมาก็เคยมีประสบการณ์ผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจมาบ้างแล้ว ตั้งแต่ครั้งยังใช้ชื่อพรรคอนาคตใหม่และก้าวไกล ซึ่งหลายคนทำหน้าที่ได้อย่างดี น่าสนใจทั้งข้อมูลและวิธีการนำเสนอ

การอภิปรายครั้งนี้ จึงหวังว่าจะเป็นไปในมาตรฐานนั้น ซึ่งมีแต่ข้อมูล หลักฐาน และข้อเท็จจริง ที่นำมาแสดงให้ได้ ไม่ใช่แค่วาทกรรมเท่านั้น จึงจะสร้างความน่าเชื่อถือแก่สังคม

สำหรับฝ่ายรัฐบาล เนื่องจากครั้งนี้ เป็นการอภิปรายเฉพาะนายกรัฐมนตรี และเป็นครั้งแรกที่จะถูกอภิปรายด้วย ก็จะเป็นการพิสูจน์และแสดงให้เห็นว่าพรรคร่วมรัฐบาลมีความเป็นปึกแผ่นและมีเสถียรภาพจริง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน