เป็นความคืบหน้าในทิศทางที่ดี เมื่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรลงมติรับหลักการร่างแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ หรือ พ.ร.บ.กอช. ในวาระที่ 1 ด้วยเสียงเป็นเอกฉันท์ 401 เสียง เสียงไม่เห็นด้วย 0 เสียง พร้อมตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณา 31 คน

สาระสำคัญร่างกฎหมายแก้ไข พ.ร.บ.กอช. เพื่อเปิดทางให้ กอช.ออกและจำหน่ายสลากที่เรียกว่า หวยเกษียณ ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนวัยทำงานมีเงินออมเพื่อการเกษียณ

รัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง ชี้แจงถึงเหตุปัจจัยการผลักดันหวยเกษียณ เพราะประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยในอัตราเร่งสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านและประเทศคู่แข่ง

ทั้งยังเป็นสังคมสูงวัย ที่ประชาชนไม่มีเงินออมเพียงพอต่อการดำรงชีพ เป็นปัญหาสำคัญที่รัฐบาลต้องแก้ไขโดยเร่งด่วน ให้ประชาชนมีแรงจูงใจในการออม

ประเทศไทยสนับสนุนการออมแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ภาคบังคับกับภาคสมัครใจ ซึ่งมีทั้งข้อดีข้อเสีย

ในภาคบังคับ ทุกคนจะมีเงินออม แต่บางช่วงการออมอาจทำให้กระทบต่อการดำรงชีพ ส่วนการออมภาคสมัครใจ ข้อดีคือออมแต่ละเดือนเมื่อพร้อม แต่ข้อเสียคือประชาชนไม่มีแรงจูงใจในการออม ทำให้ระดับการออมของประเทศอยู่ในเกณฑ์ต่ำ

โจทย์ดังกล่าวจึงเป็นที่มานโยบายในการออกผลิตภัณฑ์ออมเงินรูปแบบหวยเกษียณ ที่รัฐบาลระบุว่าเป็นนวัตกรรมเชิงนโยบายที่รวมเอาลักษณะการชอบลุ้นโชคของคนไทยมาเป็นแรงจูงใจในการเก็บออม

ที่สามารถถอนเงินซื้อสลากทั้งหมดออกมาได้ตอนเกษียณ เพื่อสร้างการออมมิติใหม่ให้กับประชาชนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป ที่จะได้เงินต้นและดอกผลคืนตอนอายุ 60 ปี

ในการอภิปรายของ สส.ก่อนรับหลักการ มีข้อเสนอแนะหลายประเด็น อาทิ การให้หวยเกษียณมีความยืดหยุ่นในการนำเงินออมออกมาใช้จ่ายก่อนครบอายุ 60 ปี

เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิต เช่น การกู้เงินออกมาใช้จ่ายรักษาพยาบาล เพื่อความมั่นคงในชีวิต ควรพิจารณาผลตอบแทน เพิ่มเงินรางวัลหรือจำนวนรางวัลต่อรอบ รวมถึงนำไปลดหย่อนภาษีได้ เป็นต้น

ปรับปรุงกฎหมายการันตีผลตอบแทนขั้นต่ำในเงินลงทุน การให้มีผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนกำกับการนำเงินออมหวยเกษียณไปใช้ลงทุนในกองทุน เพื่อความโปร่งใสและคุ้มค่า

เหล่านี้เป็นข้อเสนอแนะน่าสนใจที่กรรมาธิการทั้ง 31 คน สมควรรับไปพิจารณา เพื่อให้หวยเกษียณที่ยังต้องฝ่าอีก 2-3 ด่านก่อนมีผลใช้บังคับ เป็นนวัตกรรมการเงินที่เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน