นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ที่รับผิดชอบการแก้ปัญหาความไม่สงบชายแดนภาคใต้ จะเดินทางไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในวันที่ 26-27 เม.ย.2568
โดยนายภูมิธรรมระบุว่าจะไปพูดคุยกับภาคธุรกิจ ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร หน่วยความมั่นคงในพื้นที่ โดยจะแยกพูดคุยทีละกลุ่ม ตลอด 2 วันที่ลงพื้นที่
รองนายกฯ ระบุด้วยว่าการไปพูดคุยดังกล่าวจะเป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นจะสรุปเพื่อกำหนดเป็นยุทธศาสตร์แก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ที่ทบทวนใหม่ และเตรียมยกเลิกกฎอัยการศึกใน 4 อำเภอ โดยย้ำว่าการแก้ปัญหาไฟใต้กำลังเดินหน้าไป
นับเป็นความเคลื่อนไหวของรัฐบาลที่น่าสนใจต่อการดับไฟใต้
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 17 เม.ย.2568 มีความเคลื่อนไหวจากนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกฯ มาเลเซีย เดินทางมาเยือนไทย หารือกับน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ซึ่งปัญหาชายแดนภาคใต้คือหนึ่งในหัวข้อที่พูดคุยกัน
รัฐบาลระบุว่านายกฯ ไทยและมาเลเซีย เห็นพ้องต่อการยุติการกระทำรุนแรง ส่งเสริมให้พบปะหารือระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของไทย และกลุ่มที่เห็นต่าง
โดยฝ่ายไทยยืนยันความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้ากระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขต่อไป และหวังว่ามาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้อำนวยความสะดวกการพูดคุย และมีบทบาทนำในองค์การความร่วมมืออิสลาม จะช่วยสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับชายแดนภาคใต้ของไทย
รวมทั้งจะร่วมมือกับมาเลเซีย ช่วยเหลือทางเศรษฐกิจซึ่งกันและกัน เพื่อจะเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า
การมาเยือนไทยของนายกฯ มาเลเซียนั้น นักวิชาการในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ส่วนหนึ่งมองว่าเป็นสัญญาณ และพัฒนาการเชิงบวกในกระบวนการสร้างสันติภาพ
เป็นการเปิดพื้นที่ในการพูดคุยทางการเมือง มากกว่าการเผชิญหน้าด้วยความรุนแรง และถ้าเสริมด้วยนโยบายพิเศษด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ก็อาจเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้าได้จริง
นับเป็นแนวทางที่เชื่อว่าสังคมส่วนใหญ่เห็นด้วยและสนับสนุน ที่รัฐบาลกำลังวางยุทธศาสตร์ใหม่สำหรับดับไฟใต้ โดยเน้นย้ำไม่เห็นด้วยต่อความรุนแรง แต่ส่งเสริมและมุ่งมั่นที่จะเดินหน้ากระบวนการพูดคุยต่อไป
รวมถึงการที่มาเลเซียเข้ามาอำนวยความสะดวก และร่วมมือมากยิ่งขึ้น เชื่อว่าจะเป็นสัญญาณบวกต่อการดับไฟใต้