ถึงแม้นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร และรัฐมนตรีระดับแกนนำพรรคเพื่อไทย จะออกมาปฏิเสธข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ก็ไม่สามารถกลบกระแสคาดการณ์ที่แพร่สะพัดในขณะนี้ได้

ล่าสุดนิด้าโพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ รวม 1,310 หน่วยตัวอย่าง ภายใต้หัวข้อ “ปรับ ครม. วันไหนดี”

พบร้อยละ 48.24 ระบุ จำเป็นต้องปรับ ครม.โดยเร็วที่สุด รองลงมาร้อยละ 16.18 ระบุ ไม่จำเป็นต้องปรับครม.

ขณะที่ร้อยละ 15.50 เห็นว่า การปรับ ครม.ควรรออีก 3 เดือน ร้อยละ 10.07 ควรรออีก 6 เดือน ร้อยละ 6.95 ควรรออีก 1 ปี และร้อยละ 1.53 ควรรออีก 9 เดือน

พร้อมสอบถามถึงกระทรวงที่อยากให้ “ปรับ” มากกว่า “ไม่ปรับ” อันดับหนึ่งคือ กระทรวงพาณิชย์ ในสัดส่วนร้อยละ 57.02 ต่อร้อยละ 41.60

ส่วนกระทรวงที่กลุ่มตัวอย่างมีความเห็นอยากให้ปรับ และไม่ปรับ ในสัดส่วนใกล้เคียงกันคือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยร้อยละ 48.55 เห็นควรปรับเปลี่ยน ร้อยละ 49.47 ระบุ ไม่ควรปรับเปลี่ยน

สำหรับกระทรวงอื่นๆ ไม่ว่า กระทรวงคลัง มหาดไทย กลาโหม ยุติธรรม พลังงาน ฯลฯ พบว่ามีค่าเปอร์เซ็นต์ที่ไม่ต้องการให้ปรับ สูงกว่าความต้องการให้ปรับ ทั้งสิ้น โดยมีกระทรวงวัฒนธรรม ครองสัดส่วนสูงสุดร้อยละ 64.66 ที่โพลไม่ต้องการให้ปรับ

อย่างไรก็ตาม ผลโพลที่ออกมาเป็นการสำรวจความคิดเห็นของประชากรกลุ่มตัวอย่าง 1,310 คน ขณะที่อำนาจการปรับเปลี่ยนรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 171 เขียนไว้ว่า

พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีตามที่นายกรัฐมนตรีถวายคำแนะนำ

ทั้งนี้ มีการตั้งข้อสังเกตถึงปัจจัยกระแสข่าวปรับ ครม.มาแรงช่วงนี้ อย่างแรกคือ การที่รัฐบาลนายกฯ แพทองธาร บริหารประเทศมาเกินครึ่งปี ผ่านศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจมาแล้ว 1 ครั้ง

อีกทั้งที่ผ่านมาระหว่างพรรคแกนนำรัฐบาล กับพรรคร่วมบางพรรค มีปัญหาขัดแย้งไม่ลงรอยกันหลายเรื่องในระดับนโยบายของรัฐบาล

ที่สำคัญคือ ปัจจัยด้านเศรษฐกิจที่โดนซ้ำเติมจากปัญหาภาษีสหรัฐ ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลเพื่อไทย ที่ต้องอาศัยฝีมือทีมงานรัฐมนตรี ในช่วงเวลา 2 ปีที่เหลือจะพลิกฟื้นได้หรือไม่

ถึงแม้ผลโพลบางส่วนจะตรงใจ สส.ภายในพรรค แต่สุดท้ายการตัดสินใจของนายกฯ ว่าจะปรับ ครม.หรือไม่ จำเป็นอย่างยิ่งว่าจะต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพในการทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก มากกว่าเกมชิงไหวชิงพริบทางการเมืองใดๆ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน