วันที่ 28 เมษายนนี้จะครบเวลา 1 เดือนของเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งร้ายแรง เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ศูนย์กลางอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา
จากนั้นก็เกิดแผ่นดินไหวซ้ำขนาด 6.4 ตามมาแรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ไกลถึงมณฑลยูนนานของจีน และกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอุบัติภัยที่น่าสลด สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน สิ่งปลูกสร้าง อาคารบ้านเรือน ที่อยู่อาศัย และเกิดความสูญเสียต่อชีวิตประชาชนเป็นจำนวนมาก
ตามสถิติระบุว่าเป็นแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงสุดที่เกิดขึ้นในเมียนมานับตั้งแต่พ.ศ.2455 รุนแรงเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์รองจากแผ่นดินไหวในพะโค พ.ศ.2473
สําหรับผลกระทบต่อประเทศไทยสามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ใน 13 จังหวัด โดยเฉพาะภาคเหนือที่อยู่ไม่ห่างจากศูนย์กลางการไหวเคลื่อน ซึ่งความเสียหายพบว่ามีไม่มากนัก
แต่ที่ได้รับผลกระทบอย่างมาก ได้แก่ กรุงเทพมหานครและพื้นที่ปริมณฑลบางส่วน โดยเฉพาะอาคารราชการ โรงพยาบาล ตึกสูง คอนโดมิเนียมที่อยู่อาศัย
ศูนย์รับแจ้งเพื่อตรวจสอบความเสียหายของอาคารที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว กรมโยธาธิการและผังเมือง สรุปยอดตรวจสอบอาคารที่ได้รับผลกระทบล่าสุดเมื่อวันที่ 25 เมษายน รวม 9,856 อาคาร พบว่าใช้งานได้ปกติ 9,283 อาคาร
อาคารต่างๆ ที่ร่วมสำรวจกับหน่วยงานอื่นและองค์กรวิชาชีพ พบว่าเสียหายไม่มากและยังสามารถใช้งานได้ 498 อาคาร โดยระงับการใช้งาน 75 อาคารที่ไม่ปลอดภัย เนื่องจากกระทบโครงสร้างหลัก
ที่ได้รับผลกระทบและสร้างความสูญเสียอย่างมาก ได้แก่ อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ขนาดความสูงกว่า 30 ชั้น ซึ่งพังถล่มลงมาได้รับความเสียหายทั้งอาคาร
กรุงเทพมหานคร หน่วยงานหลักในการรื้อถอนอาคารและค้นหาผู้สูญหายจากเหตุการณ์ดังกล่าวรายงานล่าสุดว่ามีผู้ประสบเหตุ 103 ราย ได้รับบาดเจ็บ 9 ราย เสียชีวิตพบศพแล้ว 62 ราย อยู่ระหว่างการค้นหาอีก 32 ราย
ส่วนด้านดำเนินคดีเพื่อหาตัวผู้เกี่ยวข้องให้มารับผิดนั้น แบ่งเป็นความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจนครบาล สอบสวนคดีอาญาและอื่นๆ และกรมสอบสวนคดีพิเศษที่สอบสวนในส่วนที่รับเป็นคดีพิเศษ
จึงหวังว่าทั้งสองหน่วยงานจักได้ประสานงานร่วมกันทำคดีอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่ออำนวยความยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย และเร่งสอบสวนพยานหลักฐานเพื่อแจ้งข้อกล่าวหากับผู้มีส่วนทำความผิดโดยไม่มีละเว้น