สนามเลือกตั้งซ่อม สส.นครศรีธรรมราช เขต 8 ถูกยกให้เป็นศึกวัดพลัง 3 พรรคการเมืองร่วมรัฐบาล ได้แก่ ภูมิใจไทย กล้าธรรม และประชาธิปัตย์
ภายหลังลงคะแนนเสร็จสิ้นเมื่อเย็นวันที่ 27 เม.ย. ผลปรากฏว่า นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ผู้สมัครหมายเลข 5 จากพรรคกล้าธรรม ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 1 ด้วยคะแนนสูงสุด 38,680 คะแนน
จากผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 81,750 คน คิดเป็นร้อยละ 69.45 ของผู้มีสิทธิ์ในเขตนี้ทั้งหมด 117,717 คน
อันดับ 2 นายไสว เลื่องสีนิล พรรคภูมิใจไทย 28,417 คะแนน อันดับ 3 นายณัฐกิตต์ อยู่ด้วง พรรคประชาชน 6,811 คะแนน อันดับ 4 นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ 4,190 คะแนน และอันดับ 5 ว่าที่ พ.ต.กวี ไกรทอง พรรคพร้อม 238 คะแนน
ชัยชนะของผู้สมัครจากพรรคกล้าธรรมครั้งนี้จึงถือเป็นชัยชนะเหนือคู่แข่งชนิดขาดลอย
ปฐมบทการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ สืบเนื่องจากนางมุกดาวรรณ เลื่องสีนิล อดีต สส.พรรคภูมิใจไทย โดน กกต.แจกใบแดงจากการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2566
ก่อนที่ศาลฎีกาจะพิพากษาเพิกถอนสิทธิ์นางมุกดาวรรณ ฐานกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง เนื่องจากปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีส่วนสนับสนุน หรือรู้เห็นเป็นใจให้เงินแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อจูงใจลงคะแนนให้ตนเอง
เมื่อ กกต.ประกาศจัดเลือกตั้งซ่อม พรรคภูมิใจไทยจึงส่งนายไสว เลื่องสีนิล สามีนางมุกดาวรรณลงสมัครรักษาเก้าอี้ โดยนายไสวถูกจัดให้เป็นเต็งสองผู้ที่จะชนะศึกครั้งนี้
โดยมีเต็งหนึ่งคือ นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ จากพรรคกล้าธรรม ส่วนเต็งสาม-เต็งสี่ ได้แก่ นายณัฐกิตต์ อยู่ด้วง จากพรรคประชาชน และนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ จากพรรคประชาธิปัตย์ ตามลำดับ
เมื่อเป็นดังนี้ ผลเลือกตั้งจึงไม่ถือว่าพลิกความคาดหมาย แต่ที่น่าสนใจคือผู้สมัครจากพรรคกล้าธรรมทำคะแนนทิ้งห่างผู้สมัครเต็งสองจากพรรคภูมิใจไทยมากกว่า 10,000 คะแนน
ขณะที่ผู้สมัครจากประชาธิปัตย์ พรรคที่เคยมีประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่ในภาคใต้ นายชินวรณ์ อดีตสส.นครศรีธรรมราช 9 สมัย เข้ามาเป็นอันดับ 4 ห่างจากอันดับ 1 เกือบ 34,500 คะแนน
ผลลัพธ์ที่ออกมาโดยเฉพาะกับประชาธิปัตย์เป็นการวิ่งสวนทางกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับพรรคกล้าธรรมอย่างสิ้นเชิง ส่วนจะมีผลต่อการเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้าอย่างที่สังคมวิจารณ์กันหรือไม่ ต้องรอดูกันต่อไป
ส่วนข้อกล่าวหาว่ามีการสาด “กระสุน” มากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์การเลือกตั้งสส.ของจังหวัด เป็นหน้าที่ กกต.ต้องเร่งพิสูจน์ความจริง ไม่เพียงเพื่อความเป็นธรรมต่อผู้สมัคร แต่เพื่อให้ความเป็นธรรมกับชาวนครศรีธรรมราช ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งอีกด้วย