นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว.อิสระ เรียกร้องให้ประธานวุฒิสภายับยั้งหรือเลื่อนบรรจุระเบียบวาระพิจารณาแต่งตั้งองค์กรอิสระ ในช่วงเปิดประชุมสมัยวิสามัญปลายเดือนพ.ค.นี้ออกไปก่อน
เนื่องจากจุดประสงค์หลักในการเปิดประชุมสมัยวิสามัญก็เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ในวาระแรก
แต่กลับพบว่าในส่วนวุฒิสภาได้สอดแทรกการบรรจุวาระพิจารณาบุคคลดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ 2 เรื่อง ได้แก่ การเตรียมการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบประวัติความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง 1 คน และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2 คน
ด้วยเหตุที่ว่า สว.ส่วนใหญ่ในขณะนี้อยู่ระหว่างถูกตรวจสอบที่มาที่ไป จึงยังไม่สมควรเร่งรัดพิจารณาเรื่องดังกล่าว
ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญปี 2560 กำหนดอำนาจหน้าที่วุฒิสภา นอกจากพิจารณากลั่นกรองกฎหมาย และควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน
หน้าที่สำคัญอีกอย่างคือ การให้คำแนะนำหรือให้ความเห็นชอบบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ โดยแบ่งเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ การให้คำแนะนำหรือเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญและตามกฎหมาย
ตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ อาทิ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กกต. ป.ป.ช. ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการและผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ส่วนตำแหน่งตามกฎหมาย เช่น ประธานและตุลาการศาลปกครองสูงสุด อัยการสูงสุด เลขาฯ ปปง. ป.ป.ท. และ กสทช. เป็นต้น
การสรรหาผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมจะช่วยให้การทำงานขององค์กรอิสระมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม สร้างความโปร่งใสและความยุติธรรมในการดำเนินงานของรัฐ
ปัจจุบันมี สว.อย่างน้อย 55 คน ได้รับหมายจาก กกต.ให้ไปชี้แจงข้อกล่าวหาคดีฮั้วเลือก สว. ความผิดเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้ง ในจำนวนนี้มีประธานและรองประธานวุฒิสภา รวมอยู่ด้วย
ยังไม่นับข้อกล่าวหาคดีอาญาร้ายแรงฟอกเงินและอั้งยี่ ในมือกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ที่มี สว.อยู่ในข่ายต้องคดีประมาณ 140 คน
การเร่งเดินหน้ากระบวนการสรรหาบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระในช่วงสถานการณ์ล่อแหลม จึงขาดความสง่างาม ไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์วุฒิสภา นพ.เปรมศักดิ์กังวลว่าถ้าเป็นเช่นนี้องค์กรอิสระจะมีบุคคลที่มาจากเบื้องหลังโยงใยกับพรรคการเมืองสีเดียวกันทั้งหมด
การระงับยับยั้งหรือเลื่อนวาระนี้ออกไป จึงเป็นทางหนึ่งที่จะช่วยบรรเทาข้อครหาของสังคมที่มีต่อวุฒิสภาชุดนี้ได้