เหลือระยะเวลาที่คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาเรื่องคัดค้านหรือร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอีก 1 เดือน 18 วัน หลังประกาศผลเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2567
ดังนั้น ตามเส้นตายที่กำหนด ทุกอย่างจะต้องเสร็จสิ้นและยื่นเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาภายในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้เท่านั้น ก่อนครบกำหนด 1 ปีนับตั้งแต่วันประกาศผล
จึงน่าเป็นห่วงว่าการทำงานของคณะกรรมการชุดที่ได้รับแต่งตั้งขึ้นมาพิจารณาจะดำเนินการได้ทันหรือไม่
เนื่องจากการเลือกสมาชิกวุฒิสภาโดยวิธีพิสดารตามรัฐธรรมนูญมรดกเผด็จการครั้งนี้ เต็มไปด้วยข้อพิรุธสงสัยไม่เป็นไปตามกฎหมาย มีขบวนการฮั้วกัน ดังที่มีข้อมูลและหลักฐานที่ปรากฏออกมาเรื่อยๆ
เป็นอำนาจหน้าที่ของเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจักต้องกระตือรือร้น ขมีขมัน และแสดงความมุ่งมั่นว่าจะปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ยึดตามพยานหลักฐาน ครบถ้วน สมบูรณ์ รอบคอบ
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 19 พฤษภาคมนี้ เป็นวันแรกที่นัดให้สมาชิกวุฒิสภาที่ถูกออกหมายเรียกกลุ่มแรกให้มารับทราบและชี้แจงข้อกล่าวหา และกลุ่มต่อๆ ไปจนถึงวันที่ 21 พฤษภาคม รวมทั้งสิ้น 55 คน
จึงต้องเตรียมสถานที่และบุคลากรให้พร้อมรองรับ และรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างนั้น เนื่องจากมีเสียงข่มขู่ต่างๆ นานาก่อนหน้านี้ แต่ก็หวังว่าจะเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย มีอารยะ
ทั้งหมดนี้ ดำเนินไปตามข้อกล่าวหาความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 70 ประกอบ มาตรา 36 มาตรา 77(1) และมาตรา 62 ซึ่งกกต.ได้สั่งให้ดำเนินการไต่สวนเหตุอันควรสงสัย หรือความปรากฏดังกล่าว
คาดว่าคดีความและข้อร้องเรียนจักไม่ยุติเพียงแค่สมาชิกวุฒิสภาจำนวน 55 คนเท่านั้น แต่จะมีอีกจำนวนมากตามมา เนื่องจากขบวนการฮั้วเลือกกัน ตามที่ปรากฏหลักฐานชัดเจนมีจำนวนทิ้งสิ้น 138 คน และสำรองอีก 2 คน
หลังคณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติชี้มูลว่ามีความผิดจริง ก็จะยื่นร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อกำหนดโทษานุโทษตามความผิด เช่น เพิกถอนสมาชิกภาพ หรือตัดสิทธิ์ทางการเมือง
เนื่องจากคดีดังกล่าว เกี่ยวเนื่องกับความผิดในคดีพิเศษ คือ ฟอกเงินและอั้งยี่ ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษกำลังดำเนินการอย่างเข้มข้นอยู่ด้วย อาจมีสมาชิกและผู้เกี่ยวข้องต้องข้อหา หากมีพยานหลักฐานเกี่ยวโยงถึง ก็จะเข้าสู่การยื่นฟ้องในคดีอาญา
ล่าสุดกรณีฮั้วเลือกวุฒิสมาชิกวุฒิสภาบานปลายลงไปลึกมาก เมื่อมีผู้ยื่นร้องต่ออัยการสูงสุดร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 โดยตั้งคณะทำงานพิจารณาคำร้องแล้ว หากมีมูลคาดว่าจะนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงใหญ่ตามมา
เพราะจะนำไปสู่การสั่งยุบพรรคการเมือง การตัดสิทธิ์ทางการเมืองกับบุคคล และคณะบุคคลที่ร่วมขบวนการ อันเนื่องจากผลพวงจากรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ซึ่งต้องติดตามต่อไปอย่างใกล้ชิด