เกิดเหตุความรุนแรงต่อเนื่องกัน 3 จุด บริเวณกลางเมืองปัตตานี ตั้งแต่ช่วงกลางคืนวันที่ 9 มิ.ย. และวันที่ 10 มิ.ย.2568 โดยเป็นเหตุระเบิดทั้งหมด
จุดแรกตลาดโต้รุ่ง เป็นเหตุให้แม่ค้าตลาดได้รับบาดเจ็บ ทรัพย์สินเสียหาย จากนั้นไม่ถึง 5 นาที เกิดระเบิดอีกลูกใกล้กับจุดแรก และเช้าวันรุ่งขึ้นเจ้าหน้าที่พบวัตถุระเบิดอีกลูก แต่เก็บกู้สำเร็จปลอดภัย
เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า เป็นฝีมือกลุ่มแนวร่วมก่อความไม่สงบ และเป็นกลุ่มเดียวกันนำระเบิดไปวางทั้ง 3 จุด เพื่อต้องการสร้างสถานการณ์ ขณะนี้กำลังติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ และเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังพื้นที่อย่างเข้มงวด
เป็นที่น่าสังเกตว่าเหตุระเบิดในพื้นที่ชุมชนกลางเมือง ที่หายไปพักใหญ่กลับมาเกิดอีกครั้ง
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.กลาโหม กล่าวถึงเหตุระเบิดว่า เหตุการณ์ชายแดนภาคใต้หยุดไปช่วงหนึ่ง แต่เมื่อเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาคลี่คลาย ก็มาเกิดปัญหาในภาคใต้
จากข้อมูลพบว่าเป็นระเบิดลูกเล็ก ไม่มีสะเก็ดระเบิด เป็นระเบิดเสียง เกิดขึ้นในช่วงเทศกาลฮารีรายอของชาวมุสลิม ถือเป็นระเบิดก่อกวนให้เกิดความวุ่นวาย และไม่ได้ทำร้ายใคร
รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ยืนยันด้วยว่าไม่ได้ทิ้งปัญหาใดปัญหาหนึ่ง เพราะเป็นหน้าที่ที่ต้องจัดการทุกปัญหา และเชื่อมั่นว่าผู้รับผิดชอบได้ดำเนินการอยู่แล้ว
รวมทั้งกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขในพื้นที่ ที่ต้องดำเนินการต่อไป
จากการประมวลเหตุการณ์ และข้อสันนิษฐานของหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ตลอดจนคำสัมภาษณ์ของนายภูมิธรรม ระบุตรงกันเป็นการก่อเหตุก่อกวนสร้างความวุ่นวาย
โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นเทศกาลฮารีรายอ ซึ่งมีความสำคัญกับประชาชนส่วนใหญ่ในชายแดนภาคใต้ เป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง หลังจากการถือศีลอด จึงเกิดความเคลื่อนไหวของประชาชนจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม เหตุระเบิดแม้เป็นแค่การก่อกวน ไม่สร้างความสูญเสีย แต่ในเมื่อเกิดขึ้นในพื้นที่กลางเมือง จึงย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในหลายๆ ด้าน ดังนั้น ฝ่ายรัฐจะต้องเพิ่มมาตรการป้องกันเฝ้าระวัง เพื่อยับยั้งเหตุรุนแรงให้ได้
ที่สำคัญนอกจากต้องรับมือกลุ่มแนวร่วม และฝ่ายขบวนการแล้ว ฝ่ายรัฐเองก็ต้องเฝ้าระวังเหตุแทรกซ้อนด้วย ที่กลุ่มก่อเหตุต้องการให้สถานการณ์ยืดเยื้อ ดังที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้