การปล่อยคลิปเสียงสนทนาของนายกรัฐมนตรีกับนายฮุน เซน ประธานคณะองคมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ที่มีจุดประสงค์รักษาความสงบ ลดการเผชิญหน้าทางทหารระหว่างกัน มีการนำไปตีความจนเกินความจริงไปมาก

ทั้งๆ ที่เป็นการเจรจาเพื่อรักษาบรรยากาศไม่ให้เกิดความตึงเครียดและมีผลกระทบเศรษฐกิจชายแดนทั้งสองฝั่ง โดยใช้ช่องทางความสัมพันธ์ส่วนตัว ซึ่งเป็นทางเลือกอีกวิธีรักษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ที่สำคัญเนื้อหาของการสนทนานั้นไม่มีผลต่อการทำให้ประเทศไทยสูญเสียอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนใดๆ เลย การกล่าวหาที่นำมาปลุกปั่นกันเลยเถิดถึงขนาดว่าเป็นการขายชาตินั้นจึงไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

อีกทั้งคลิปการสนทนาที่ปล่อยออกมานั้นเห็นชัดว่ามีความไม่ประสงค์ดี ต้องการยุแยงและเสี้ยมให้รัฐบาลกับกองทัพเกิดความไม่ลงรอยกัน แต่เมื่อได้ทำความเข้าใจและอธิบายจุดประสงค์ที่แท้จริงก็ไม่มีรอยปริร้าวใดๆ เลย

น่าสนใจอย่างยิ่งที่ฝ่ายความมั่นคงสามารถวิเคราะห์ได้อย่างเฉียบคม ชี้ว่าคลิปดังกล่าวมีลักษณะปล่อยออกมาโดยไม่สุจริต ผิดมารยาททางการทูต จึงเข้าข่ายเป็นภัยคุกคามและบ่อนทำลายความมั่นคง

ขณะที่กองทัพก็แสดงออกอย่างเป็นเอกภาพ ผนึกแน่นสนับสนุนรัฐบาลอย่างแข็งขันในการรับมือภัยดังกล่าวในทุกด้าน ส่วนในทางการเมืองนั้นผู้บัญชาการเหล่าทัพโดยเฉพาะผู้บัญชาการทหารบกยืนยันจะยึดระบอบประชาธิปไตย

ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองในเรื่องนี้ถือเป็นการแสดงออกตามเสรีภาพ ซึ่งสามารถทำได้โดยไม่ละเมิดกฎหมาย คุกคามสิทธิของบุคคลอื่น ซึ่งต้องติดตามว่าประชาชนส่วนใหญ่จะเห็นชอบด้วยหรือไม่

ในส่วนความมั่นคงของรัฐบาลนั้น หลังจากพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลบางพรรคถอนตัวออกไปพรรคอื่นๆ ที่เหลืออยู่ก็ยังแสดงท่าทีสนับสนุนนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันให้ปฏิบัติหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินต่อไป

สำหรับประชาชน จากผลสำรวจความคิดเห็นโดยนอร์ท กรุงเทพโพล เรื่อง “ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา” พบว่าประชาชน 68.1 เปอร์เซ็นต์ ทราบข้อมูลเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างทั้ง 2 ประเทศเป็นอย่างดีและติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ

ต่อกรณีที่เกิดขึ้นดังกล่าวประชาชนเห็นว่าแนวทางปฏิบัติควรเน้นเจรจาด้วยสันติวิธี 67.9 เปอร์เซ็นต์ ให้ทำสงครามใช้กำลังปฏิบัติการทางทหาร 25.4 เปอร์เซ็นต์ และไม่มีความเห็น 6.7 เปอร์เซ็นต์

ที่สำคัญผลการสำรวจยังพบว่าประชาชนถึง 55 เปอร์เซ็นต์สนับสนุนเห็นด้วยกับแนวทางของรัฐบาลที่มุ่งใช้การเจรจายึดหลักสันติวิธี โดยเห็นว่าเป็นแนวทางที่เหมาะสมแล้ว

จากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนเข้าใจถึงสถานการณ์ และไม่อยากให้เกิดความสูญเสียทั้ง 2 ฝ่าย อันเนื่องจากการใช้วิธีทางด้านทหาร จึงอยากให้ผู้ที่สนับสนุนและปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรงดังกล่าว มีสติยั้งคิดว่าสงครามมีแต่ความสูญเสีย การเจรจาพื่อให้เกิดสันติเป็นวิธีที่อารยะกว่า

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน