ความคาดหวังและจุดมุ่งหมายสูงสุดของการปรับคณะรัฐมนตรี ภายใต้การนำของนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร หรือที่เรียกว่า ‘ครม.แพทองธาร 2’ นั้น

หลักๆ คือ การฟื้นฟูภาพลักษณ์ใหม่ให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทย จากบริบทการเมืองภายในที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมกับฟื้นฟูความเชื่อมั่นในเชิงนโยบายและการขับเคลื่อนผลงาน

สนองตอบความไม่พอใจของสาธารณชนที่มีต่อ ครม.ชุดก่อนหน้า ที่ไม่ตอบโจทย์ความคาดหวังในเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง การเปลี่ยนตัวรัฐมนตรี หากทำได้ดีอาจเรียกศรัทธากลับคืนมา

การจัดสมดุลอำนาจภายในพรรคร่วมรัฐบาลที่ปราศจากพรรคภูมิใจไทย แม้ยังเป็นสิ่งจำเป็นในการประคองเสถียรภาพรัฐบาล

แต่ถึงกระนั้นจุดมุ่งหมายสูงสุดในการปรับ ครม.ทุกรัฐบาล ต้องเป็นไปเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารงานเพื่อประเทศและประชาชนให้ดียิ่งขึ้น

ในสภาวะปัจจุบันไทยกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน

ทั้งปัญหาความมั่นคง ข้อพิพาทแนวชายแดน ยาเสพติด อาชญากรรมทางไซเบอร์ ปัญหาค่าครองชีพ ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ฯลฯ เหล่านี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลเพื่อไทยหยิบยกขึ้นมาเป็นเหตุผลในการเดินหน้าต่อ

พรรคแกนนำรัฐบาลยืนยันว่า หลังปรับ ครม. รัฐบาลจะเดินหน้าสานต่อภารกิจต่างๆ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด ไม่ว่าการปราบยาเสพติด การปราบอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แก้ปัญหาหนี้สิน-ปากท้องประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจ ดึงดูดการลงทุนใหม่ๆ

รวมถึงภารกิจยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผลักดันร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ร่างพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ร่างกฎหมายที่จะช่วยลดรายจ่ายประชาชน เช่น รถไฟฟ้า 20 บาท กฎหมายตั๋วร่วม หวยเกษียณ บ้านเพื่อคนไทย เป็นต้น

รัฐบาล ‘แพทองธาร 2’ จะอยู่รอดครบเทอม 4 ปีและฟื้นคะแนนนิยมได้หรือไม่ นักวิเคราะห์มองว่าขึ้นกับ 3 ปัจจัยหลัก คือ ภาวะผู้นำของนายกฯ แพทองธาร ท่ามกลางแรงเสียดทานทั้งภายใน ภายนอก

การจัดวาง ครม.ใหม่ที่เหมาะสม เน้นความรู้ความสามารถ และการสร้างจุดสมดุลภายในพรรคร่วมรัฐบาล หากปรับแล้ว ยังบริหารในรูปแบบเดิม ไม่สามารถแสดงความแตกต่างจาก ครม.ชุดก่อนได้ชัดเจน อนาคตรัฐบาลอาจจะเปราะบาง

ที่สำคัญคือการเร่งผลักดันนโยบายที่ประชาชนจับต้องได้ เช่น ดิจิทัลวอลเล็ต หรือแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจระดับรากหญ้าได้จริง

ต้องสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรม คะแนนนิยมอาจฟื้นตัวและช่วยพยุงเสถียรภาพรัฐบาล ให้ไปได้ตลอดรอดฝั่งในอายุที่เหลือไม่ถึง 2 ปี ก่อนถึงเลือกตั้งครั้งหน้า

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน