หตุการณ์ลอบวางระเบิดหลายจุดในจังหวัดภูเก็ต กระบี่ พังงา พื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญฝั่งอันดามัน ช่วงปลายเดือนมิถุนายน

แม้จะได้รับการยืนยันจากฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐและฝ่ายความมั่นคงในเวลาต่อมาว่าเป็นเพียงการสร้างสถานการณ์ ระเบิดที่ถูกตรวจพบแค่ทำให้เกิดเสียงดัง ไม่ได้เน้นมุ่งหมายเอาชีวิต

เป็นไปได้ว่าแค่หวังผลในเชิงจิตวิทยา สร้างความตื่นตระหนกหวาดกลัวให้กับนักท่องเที่ยวทั้งในและ ต่างประเทศให้เกิดความไม่มั่นใจต่อการท่องเที่ยวในไทย เช่น ออสเตรเลีย ที่เตือนพลเมืองตนเองให้พิจารณาการเดินทางมาไทยอีกครั้ง

บทสรุปก็คือ ถึงจะไม่มีใครได้รับอันตรายบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่ก็ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยว หนึ่งในเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

ายหลังเหตุการณ์ยุติเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวมทั้งสิ้น 5 ราย เชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

เริ่มจากการที่ตำรวจ สภ.เมืองพังงา สกัดจับรถยนต์ 2 คัน พร้อมผู้ต้องหา 2 ราย เป็นชาวปัตตานี ตรวจพบวัตถุระเบิดในรถ ขยายผลไปสู่การพบชิ้นส่วนระเบิดบริเวณหน้าจวนผู้ว่าฯ พังงา

ผู้ต้องหาสารภาพนำวัตถุระเบิดจากสงขลาเพื่อไปวางในพื้นที่กระบี่ พังงา ภูเก็ต โดยประกอบเป็นรถจักรยานยนต์บอมบ์ เป้าหมายพื้นที่ย่านชุมชน สนามบิน และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น แหลมพรหมเทพ หาดป่าตอง สนามบินภูเก็ต หาดนพรัตน์ จ.กระบี่

ระเบิดเน้นเสียงดัง ไม่เน้นเอาชีวิต เป้าใหญ่เพื่อทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยว สร้างความปั่นป่วนในจังหวะรัฐบาลกำลังเผชิญกับวิกฤตรุมเร้าหลายด้าน

ถึงแม้ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่อาจเป็นเพราะกลุ่มผู้ก่อเหตุหรือผู้บงการอยู่เบื้องหลังไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าการผสมโรง สร้างปัญหาความปั่นป่วนให้กับรัฐบาลที่ไม่มั่นคง

ถึงกระนั้นก็ไม่สมควรมองข้ามแรงจูงใจอื่น เช่น การทดสอบมาตรการฝ่ายความมั่นคงของรัฐว่ามีประสิทธิภาพแค่ไหนหากต้องการขยายพื้นที่ก่อเหตุออกจากกรอบพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

มายังพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่งจะสร้างผลเสียหายรุนแรงกว้างขวางมากกว่าทั้งด้านการเมือง สังคม ความมั่นคง และเศรษฐกิจ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้แม้ฝ่ายรัฐจะจัดการกับปัญหาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ แต่ต้องไม่ประมาท จำเป็นต้องมีมาตรการเฝ้าระวังต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการลักลอบก่อเหตุครั้งใหม่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน