นายสุชาติ ตันเจริญ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
เป็นส่วนราชการที่มีภารกิจเกี่ยวกับการสนองงานคณะสงฆ์และรัฐ ส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนา อุปถัมภ์ คุ้มครอง ตลอดจนดูแลรักษาจัดการศาสนสมบัติ สนับสนุนส่งเสริม และพัฒนาบุคลากรทางศาสนา
รมต.ประจำสำนักนายกฯ ระบุว่าขณะนี้ปัญหาในวงการสงฆ์ ทำให้พุทธศาสนิกชนไม่สบายใจ มีความเศร้าหมอง เกี่ยวกับความศรัทธา เพราะฉะนั้นต้องรีบดำเนินการแก้ไข
โดยมองว่าปัญหาส่วนใหญ่เป็นเรื่องทรัพย์สินวัด การประพฤติของเจ้าอาวาส หรือพระผู้ใหญ่ ที่ได้รับการบริจาคเงินจำนวนมาก ดังนั้น จึงต้องไปจัดการที่ต้นตอ
สำหรับการแก้ปัญหาดังกล่าวนั้น นายสุชาติระบุว่าจะจัดการทรัพย์สินของวัดให้เป็นระบบ เช่น ควรจำแนกว่าทรัพย์สินของวัดมีจำนวนเท่าไหร่ เป็นของวัดเท่าไหร่ เป็นของพระเท่าไหร่ ควรแยกออกจากกันให้ชัดเจน และดำเนินการให้ถูกต้อง
โดยมีหน่วยงานเข้ามาทำหน้าที่ตรวจสอบ ไม่ปล่อยปละละเลย อย่าเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดาจนเกิดวิกฤตขึ้นเรื่อยๆ จึงต้องรีบเข้าไปแก้ไข เพราะประเทศไทยมีประชาชนนับถือศาสนาพุทธจำนวนมาก
นายสุชาติระบุแผนการว่า จะหารือกับมหาเถรสมาคม และอาจตั้งธนาคารพระพุทธศาสนาขึ้นมา เพื่อดูแลทรัพย์สินของวัดและศาสนาเป็นการเฉพาะ ต้องออกกฎหมาย และกฎระเบียบทุกอย่างให้ชัดจน
ยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการ และรายงานให้สังคมทราบเป็นระยะ
ดังที่ปรากฏเป็นข่าวในช่วงนี้ มีพระสงฆ์อย่างน้อย 3 รูป ตกเป็นที่โจษขานของสังคมเกี่ยวกับพฤติกรรม และข้อกล่าวหาสงสัยยักยอกทุจริตทรัพย์สินและเงินวัด รวมไปถึงความสัมพันธ์กับสีกา ซึ่งเป็นความต่อเนื่องจากปัญหาการใช้จ่ายเงินของพระ
พระที่ตกเป็นข่าว และถูกดำเนินคดี แต่ละรูปเป็นระดับพระราชาคณะทรงสมณศักดิ์ เป็นเจ้าอาวาสวัดที่มีชื่อเสียง ดังนั้น เมื่อเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้นจึงกระทบต่อความรู้สึกของผู้เคารพศรัทธา และต่อคณะสงฆ์ด้วย
จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานองค์กรที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ และมหาเถรสมาคม เป็นต้น ต้องหามาตรการป้องกันแก้ไข โดยเฉพาะเรื่องทรัพย์สินของวัด และทรัพย์สมบัติส่วนตัวของพระ
นโยบายธนาคารพระพุทธศาสนา ตามที่นายสุชาตินำเสนออาจจะเป็นแนวทางหนึ่ง ซึ่งต้องติดตามต่อไปว่าจะเป็นจริงได้มากน้อยแค่ไหน