นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เคยชี้แจงขั้นตอนหลังคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนของกกต. ชุดที่ 26 สรุปสำนวนคดีฮั้วเลือกสว.เสร็จสิ้นแล้ว
โดยระบุว่าจะต้องส่งเรื่องไปยังสำนักงานกกต. เพื่อพิจารณาและวิเคราะห์ความเห็นของคณะอนุกรรมการสืบสวนฯ และให้เลขาธิการกกต.แสดงความเห็น เมื่อมีความเห็นแล้วก็เสนอไปยังคณะอนุกรรมการวินิจฉัยปัญหา หรือข้อโตแย้ง ก่อนเสนอเข้าที่ประชุมกกต.ชุดใหญ่
ทั้งนี้ ในขั้นตอนเลขาธิการกกต. จะใช้เวลาไม่เกิน 60 วัน ชั้นคณะอนุกรรมการวินิจฉัยปัญหาฯ ไม่เกิน 90 วัน และที่ประชุมกกต.ไม่เกิน 90 วันเช่นกัน
รวมระยะเวลาประมาณ 8 เดือน กว่าที่สำนวนคดีจะเข้าสู่การพิจารณาชั้นศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง
ด้วยกรอบระยะเวลาดังกล่าวที่นานพอสมควร สร้างความกังวลใจให้แก่กลุ่มสว.สำรอง ซึ่งถือเป็นผู้เสียประโยชน์โดยตรงจากการฮั้วเลือกสว. ดังนั้น จึงเข้ายื่นหนังสือถึงกกต. และมีข้อเรียกร้อง
โดยขอให้ฝ่ายกฎหมายของกกต.เร่งตรวจสอบขั้นตอนดำเนินการต่างๆ โดยเร็ว ไม่ควรใช้เวลามากกว่า 7 วันทำการ ไม่ต้องประวิงการดำเนินตามกรอบเวลา
กกต.ควรมีคำสั่งยกเว้นไม่ต้องผ่านการดำเนินการของคณะกรรมการอนุวินิจฉัยปัญหาฯ โดยให้สำนักงานกกต.ส่งสำนวนการสืบสวนไต่สวนตรงไปยังกกต.พิจารณาได้เลย
กลุ่มสว.สำรองเชื่อว่าถ้าปฏิบัติตามนี้ ก็จะส่งสำนวนเข้าสู่ชั้นศาลฎีกาได้ไม่เกินวันที่ 12 ส.ค.2568
คดีฮั้วเลือกสว. จำนวน 200 คน เมื่อปี 2567 ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ที่ร่างขึ้นโดยเครือข่ายรัฐประหารล้มประชาธิปไตย เมื่อปี 2557 เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงความล้มเหลว และส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางประชาธิปไตย
จนกระทั่งนำมาสู่การสอบสวนคดี ที่กกต.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการสืบสวนฯ ซึ่งประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่กกต. และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมสอบสวนคดีพิเศษ
โดยในชั้นคณะอนุกรรมการสืบสวนฯ ได้สรุปสำนวนเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว มีความเห็นสั่งฟ้องดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง 229 คน แบ่งเป็นสว. 138 คน และอีก 91 คน เป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง
ดังนั้น เมื่อแต่ละขั้นตอนได้พิจารณาแล้วพบว่าสำนวนและหลักฐานครบถ้วนแน่นหนา ก็ไม่จำเป็นต้องรอให้ครบตามกรอบเวลา 8 เดือน