นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกฯ กล่าวถึงความคืบหน้าแก้ปัญหาบุกรุกที่ดินเขากระโดง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นปัญหามายาวนาน
โดยระบุว่าเตรียมนำคำชี้แจงของอธิบดีกรมที่ดิน ส่งเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการตรวจสอบคำสั่งอธิบดีกรมที่ดิน กรณีไม่เพิกถอนโฉนดที่ดินบริเวณ เขากระโดง
นายภูมิธรรมระบุด้วยว่า นับตั้งแต่เข้ามาทำงานกระทรวงมหาดไทย ได้เปิดโอกาสให้อธิบดีกรมที่ดินเข้าชี้แจงถึงเหตุผลที่ไม่เพิกถอนที่ดินเขากระโดง ส่วนจะถูกต้องหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการตรวจสอบฯ จะพิจารณาต่อไป
โดยยืนยันการตรวจสอบดังกล่าวไม่ใช่การกลั่นแกล้ง หรือบังคับขู่เข็ญ
สําหรับคณะกรรมการตรวจสอบอธิบดีกรมที่ดินนั้น นายเดชอิศม์ ขาวทอง รมช.มหาดไทย ในฐานะกำกับดูแลกรมที่ดิน สั่งแต่งตั้งไปเมื่อวันที่ 21 ก.ค.2568
ให้เหตุผลว่าสืบเนื่องจากศาลปกครองกลางพิพากษาให้อธิบดีกรมที่ดินตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแนวเขตที่ดินเขากระโดง ที่เป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลฎีกา และศาลอุทธรณ์ภาค 3 ที่ตัดสินว่าที่ดินเป็นของ การรถไฟฯ
แต่ต่อมาอธิบดีกรมที่ดินเห็นชอบตามมติของคณะกรรมการตรวจสอบ ที่ไม่เพิกถอน หรือแก้ไขเอกสารแสดงสิทธิในที่ดินที่ทับซ้อนกับที่ดินของการรถไฟฯ และมีคำสั่งให้ยุติเรื่อง
เพื่อให้เกิดความชัดเจน เป็นธรรม และเป็นไปตามคำพิพากษาศาล จึงนำมาสู่การตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคำสั่งอธิบดีกรมที่ดิน
การถือครองที่ดินเขากระโดง ครอบคลุมพื้นที่ ต.อิสาณ และ ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เนื้อที่ประมาณ 5 พันไร่ กลายเป็นปัญหามาหลายปี ที่สำคัญคือเกี่ยวข้องกับผู้กว้างขวาง และตระกูลการเมือง ในพื้นที่
ที่ผ่านมามีการนำปัญหานี้อภิปรายซักถามในสภาผู้แทนราษฎร ถามหาความรับผิดชอบจากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เช่น รมว.คมนาคม และรมว.มหาดไทย ในขณะนั้น แต่ก็ไม่คืบหน้า ทั้งที่คำพิพากษาของศาลที่เกี่ยวข้อง ต่างชี้ชัดเป็นกรรมสิทธิ์ของการรถไฟฯ
จนกระทั่งเปลี่ยนตัวรมว.มหาดไทย และนำมาสู่การตั้งคณะกรรมการเข้ามาตรวจสอบ ว่าเพราะเหตุใดถึงไม่เพิกถอนที่ดิน ล่าสุดกรมสอบสวนคดีพิเศษ ก็เตรียมเข้ามาร่วมกำหนดแนวทางสอบปากคำพยาน รวบรวมพยานหลักฐาน และอาจทำเป็นคดีพิเศษ
จึงถูกต้องแล้วที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาชำระสะสางปัญหานี้ให้หายเคลือบแคลงสงสัย และอาจต้องดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องด้วย