สถานการณ์เปิดฉากปะทะด้วยกำลังทหารและอาวุธบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นสถานการณ์ตึงเครียด ละเอียดอ่อนและลุกลามได้ง่าย
สื่อมวลชนทุกแขนงควรมีจุดยืนแนวทางนำเสนอข่าว อย่างรับผิดชอบสูงสุดต่อประเทศและประชาชน ยึดหลักข้อเท็จจริงในการส่งต่อข่าวสารให้สังคมได้รับรู้ถูกต้อง ไม่สอดแทรกทัศนคติเอนเอียง
การเผยแพร่เนื้อหาภาพข่าวผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ หรือผู้ลี้ภัย ต้องอยู่บนพื้นฐานการเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หลีกเลี่ยงการใช้ถ้อยคำปลุกระดม บิดเบือน สร้างความเกลียดชัง ยั่วยุ ขยายความรุนแรง
การทำหน้าที่สื่อต้องยึดผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของประเทศ ไม่เปิดเผยข้อมูลที่อาจกระทบต่อการปฏิบัติภารกิจของกองทัพ และเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่ทหารแนวหน้า
ขณะเดียวกันประชาชนก็ต้องเสพข่าวสารอย่างมีวิจารณญาณ การได้รับข้อมูลผิดพลาดคลาดเคลื่อน อาจนำมาซึ่งความตื่นตระหนก เข้าใจผิดหรือแม้แต่ความขัดแย้งในสังคม
ควรเลือกเสพข่าวจากแหล่งเชื่อถือได้ เช่น หน่วยงานรัฐบาล กระทรวงการต่างประเทศ กองทัพ หรือจากสื่อหลักที่มีความน่าเชื่อถือ
หลีกเลี่ยงการเชื่อข้อมูลในโซเชี่ยลมีเดีย ที่ไม่มี แหล่งที่มาอ้างอิงชัดเจน หากพบข้อมูลเกินจริง ถ้อยคำด่าทอ สร้างความเกลียดชัง ไม่สมควรนำมาแชร์ต่อในโซเชี่ยล ผู้เสพสื่อต้องใช้วิจารณญาณแยกแยะข่าว\กับความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้ไม่มีหน้าที่ หรือไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง
ในสถานการณ์วิกฤต ประชาชนต้องรู้เท่าทัน ไม่ตกเป็นเหยื่อเฟกนิวส์ จนกลายเป็นผู้ส่งต่อข้อมูลข่าวลวง สร้างผลกระทบต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยภายในและระหว่างประเทศ
สําหรับสื่อมวลชน สิ่งที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในการนำเสนอข่าว คือ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ผ่านการตรวจสอบ หรือได้จากแหล่งข่าวไม่น่าเชื่อถือ
การนำเสนอข่าวจากพื้นที่สู้รบ ต้องไม่เป็นการเปิดเผยตำแหน่งยุทธศาสตร์ความมั่นคงของชาติโดยไม่ตั้งใจ การนำเสนอภาพเคลื่อนไหวต้องเป็นไปอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะภาพความรุนแรง หรือทำให้สังคมตื่นตระหนกหวาดกลัว
การวิเคราะห์หรือแสดงความเห็นต้องมีข้อมูลครบถ้วน รอบคอบ รอบด้าน การตีความสถานการณ์ในลักษณะเกินจริง อาจสร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน ขยายความขัดแย้งในสังคม
ในยามประเทศอยู่ในภาวะศึกสงคราม สื่อมีบทบาทเผยแพร่ข้อมูลสร้างความเข้าใจ สนับสนุน สันติภาพ จึงต้องยึดมั่นในจรรยาบรรณและความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างเคร่งครัด