รัฐบาลโดยนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ระบุถึงผลกระทบความเสียหาย และการเยียวยา ที่สืบเนื่องจากสถานการณ์การสู้รบกับกัมพูชา

นายพิชัยยืนยัน ว่ารัฐบาลได้เตรียมมาตรการเยียวยาไว้หมดแล้ว จากการประเมินเบื้องต้นคาดมีประชาชนได้รับผลกระทบประมาณ 1.6 แสนคน รวมถึงความเสียหายด้านทรัพย์สิน และที่อยู่อาศัยด้วย

นอกจากนี้ รัฐบาลกำลังพิจารณาเรื่องการยื่นภาษี โดยอาจจะยืดเวลาให้ถึงวันที่ 30 ก.ย.2568 รวมถึงสถาบันการเงินของรัฐทุกแห่งก็มีข้อเสนอเป็นหลักการมาแล้ว โดยจะยืดการชำระหนี้ และสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ

คือสิ่งที่รัฐบาลกำลังจะดำเนินการ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ

อกจากการเยียวยาแล้ว รองนายกฯ และรมว.คลัง ยังระบุอีกว่าความไม่สงบตามแนวชายแดนที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุนด้วย

โดยเฉพาะด้านการจับจ่ายใช้สอย และการลงทุนระยะสั้น ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติในภาวะที่มีความเสี่ยงด้านความมั่นคง จากการประเมินเบื้องต้น ความเสียหายที่เกิดขึ้นมีมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท จำนวนนี้ยังไม่รวมถึงความเสียหายเรื่องการค้าชายแดน

ขณะที่งบกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยังเหลืออยู่ราว 42,000 ล้านบาท และจะนำไปใช้ที่ตรงกลุ่มอยู่ 10,000 ล้านบาท จะเหลืออีกราว 25,000 ล้านบาท ซึ่งก็ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจไปในตัวด้วย เพราะนำเงินไปใช้ในงานฟื้นฟู และซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบ

นายพิชัยยืนยันว่าหากงบที่มีอยู่ไม่เพียงพอ ก็อาจต้องพิจารณาใช้งบจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม

ถานการณ์สู้รบไทย-กัมพูชา ก่อให้เกิดความ เสียหายมากมาย นอกจากการสูญเสียชีวิตทหาร และพลเรือนแล้ว ยังรวมถึงผลกระทบและความ เชื่อมั่นที่จะตามมาอีก

จึงเป็นความจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่รัฐบาลต้องตระเตรียมมาตรการสำหรับการเยียวยาผลกระทบต่างๆ ที่เกิดขึ้น และการซ่อมแซมฟื้นฟูสิ่งปลูกสร้าง

ที่สำคัญคือ การดูแลบรรดาครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุสู้รบปะทะกัน ซึ่งบางรายถือเป็นเสาหลักของครอบครัว ตลอดจนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและทุพพลภาพ ทั้งหมดนี้ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก

ขณะเดียวกันทั้งรัฐบาลและกองทัพต้องพยายามบริหารสถานการณ์ไม่ให้ลุกลามมากกว่านี้ พร้อมๆ กับการประสานเปิดการเจรจา และทำความเข้าใจกับกัมพูชาคู่กรณีให้มากขึ้น เพื่อยุติความขัดแย้งโดยเร็ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน