กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เริ่มเข้ามาสืบสวนที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ที่มีปัญหาทับซ้อนกับพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย
เนื่องจากมีผู้เข้ายื่นเรื่องขอให้ตรวจสอบ และร้องทุกข์กล่าวโทษบุคคลที่เกี่ยวข้อง อาทิ แกนนำ หรือหัวหน้าพรรคการเมือง และข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย
ต่อมาดีเอสไอจึงประสานไปยัง 4 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 1.การรถไฟฯ 2.กรมที่ดิน 3.สำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ และ 4.จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง
โดยจะพิจารณาต่อไปว่ากรณีเขากระโดงนั้น จะมีความผิดทางอาญา ฟอกเงิน และเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรือไม่ เป็นต้น
การถือครองที่ดินเขากระโดงเนื้อที่ 5 พันไร่เศษ เป็นปัญหามายาวนาน เกี่ยวข้องกับผู้กว้างขวาง และตระกูลการเมืองในพื้นที่ แม้ศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วว่าเป็นที่ดินของการรถไฟฯ แต่หน่วยงานที่รับผิดชอบกลับปล่อยปละไม่เพิกถอน
จนกระทั่งกระทรวงมหาดไทยในยุคปัจจุบัน สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคำสั่งของอธิบดีกรมที่ดิน เพราะเหตุใดจึงไม่เพิกถอนที่ดินตามที่ศาลฎีกาพิพากษา รวมทั้งคำสั่งศาลปกครองกลางที่ให้กรมที่ดินเพิกถอนเอกสารสิทธิ
ก่อนนำมาสู่การที่อธิบดีกรมที่ดินยื่นเรื่องขอย้ายตนเอง เพื่อเปิดทางให้รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยเสนอชื่ออธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี
จากนั้นอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ จะต้องเดินหน้าปฏิบัติตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย เพื่อเพิกถอนที่ดินต่อไป
จากการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2568 มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ คือโยกย้ายอธิบดีกรมที่ดินไปเป็นรองปลัดกระทรวง และแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราเป็น อธิบดีกรมที่ดิน
เชื่อว่าจากนี้ไปอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่จะต้องเข้ามาตรวจสอบ เพื่อพิจารณาเพิกถอนที่ดินเขากระโดงต่อไป ซึ่งมีพื้นที่ส่วนที่เกี่ยวข้องกับตระกูลการเมือง รวมถึงสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่อย่างสนามแข่งรถ และสนามฟุตบอล
ขณะเดียวกัน ดีเอสไอก็เข้ามาทำในส่วนของคดีอาญา โดยหลังได้รับเอกสารชี้แจงครบถ้วนจาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว จะลงพื้นที่จริงเพื่อพบกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการถือครองที่ดิน
นับเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วในการจัดการปัญหาที่ดินเขากระโดง ให้เป็นไปอย่างถูกต้อง ทั้งการเพิกถอน และการดำเนินคดี