รมช.มหาดไทยเป็นประธานประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย และดินโคลนถล่มจากอิทธิพลพายุคาจิกิ และพายุหนองฟ้า ที่สร้างความเสียหายและก่อผลกระทบในหลายจังหวัด
โดยกำชับแนวทางการบริหารจัดการสถานการณ์ ได้แก่ให้ทุกจังหวัดเฝ้าระวังในพื้นที่อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉินในพื้นที่
จัดเตรียมเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์พร้อมออกปฏิบัติการช่วยเหลือ โดยให้ความสำคัญกับผู้ประสบภัยเป็นอันดับแรก ทั้งการช่วยเหลือผู้ติดค้าง การอพยพออกจากพื้นที่อันตราย และเร่งค้นหาผู้ประสบภัยให้เร็วที่สุด
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการเร่งรัดจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยา และเร่งฟื้นฟูบูรณะพื้นที่ประสบภัยให้เข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
สำหรับผลกระทบจากอิทธิพลพายุคาจิกิ ทำให้เกิดอุทกภัยและดินถล่มใน 14 จังหวัด 40 อำเภอ 114 ตำบล 377 หมู่บ้าน ประชาชนรับผลกระทบ 9,531 ครัวเรือน
ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ใน 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน สุโขทัย และพิษณุโลก มีผู้เสียชีวิต 10 ราย ผู้บาดเจ็บ 15 ราย และพืชผลทางการเกษตรเสียหาย 649,960 ไร่
ส่วนผลกระทบอิทธิพลพายุหนองฟ้า เกิดอุทกภัยในพื้นที่ 12 จังหวัด 37 อำเภอ 114 ตำบล 349 หมู่บ้าน ขณะนี้ยังมีสถานการณ์ใน 8 จังหวัด และอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย
เป็นภัยธรรมชาติที่ส่งผลกระทบต่อความเดือดร้อนประชาชน ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหลายต้องระดมความช่วยเหลือ
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของประเทศขณะนี้อยู่ในภาวะขาดเสถียรภาพทางการเมือง เนื่องจากนายกรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และส่งผลให้คณะรัฐมนตรีต้องสิ้นสุดลงตามไปด้วย
ทำให้รัฐบาลอยู่ในสถานะรักษาการ อยู่ระหว่างรอสภาผู้แทนราษฎรลงมติเลือกนายกฯ คนใหม่ เพื่อจะนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งขณะนี้แต่ละพรรคการเมืองกำลังเจรจาจับขั้วหาเสียงสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ ของฝ่ายตน
ด้วยสถานการณ์ดังกล่าว ย่อมส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนประเทศ และแก้ปัญหาให้ประชาชน ที่อาจจะทำได้ไม่เต็มที่ โดยเฉพาะหน่วยงานราชการที่อาจอาศัยช่วงนี้รอดูสถานการณ์ทางการเมืองไปก่อน อาจส่งผลให้การปฏิบัติหน้าที่ไม่เต็มประสิทธิภาพเหมือนเดิม
ดังนั้น กรณีความเดือดร้อนจากอุทกภัย จึงหวังว่าหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ไม่นิ่งเฉยปล่อยวาง หรือที่เรียกกันว่าเกียร์ว่าง