นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อยโดยสมบูรณ์แล้ว
หลังจากนี้จะเป็นการคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติความเหมาะสมและไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพื่อดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในกระทรวงต่างๆ เพื่อบริหารประเทศต่อไป
ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรียืนยันว่าได้พิจารณารายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งในรัฐบาลเสร็จสิ้นครบถ้วนแล้ว และทาบทามบุคคลผู้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะจำนวนหนึ่งให้มาร่วมทำงานด้วย
ในขั้นตอนต่อไป เลขาธิการคณะรัฐมนตรีจักได้ตรวจสอบคุณสมบัติของบุคคลนั้นๆ โดยละเอียดในทุกช่องทาง เพื่อมิให้เป็นปัญหาในภายหลัง
สําหรับบุคคลผู้ที่จะมาดำรงรัฐมนตรีนั้น ย่อมมาจากพรรคการเมืองที่สนับสนุนให้นายอนุทินได้รับความเห็นจากสภาผู้แทนราษฎรเป็นหลัก ยกเว้นพรรคประชาชนที่ยอมเป็นนั่งร้าน
เนื่องจากมีข้อบันทึกตกลงกับพรรคการเมืองที่ ผลักดันให้เป็นนายกรัฐมนตรีว่าจะอยู่บริหารราชการเพียง 4 เดือนแล้วยุบสภาและต้องไม่เติมการสนับสนุนให้เป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก
ดังนั้น การแต่งตั้งรัฐมนตรีต่างๆ จึงจักต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถและมีประสบการณ์ที่จะขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลในระยะสั้นๆ อย่างแท้จริง
มิใช่การแบ่งสรรปันอำนาจให้กันตามสัดส่วนกลุ่มการเมือง และมุ่งหวังจะมาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ส่วนตนและ พวกพ้องทั้งในทางตรงและทางอ้อม โดยเล่ห์เพทุบายใดๆ ในช่วงดังกล่าว
ที่ประชาชนทั้งประเทศน่าจับจ้องมอง ได้แก่ ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงยุติธรรมว่ามีศักยภาพและซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์หรือไม่
โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย ที่มีอำนาจในการกำกับนโยบายกรมที่ดิน และกระทรวงยุติธรรมที่มีอำนาจกำกับและสั่งการกรมสอบสวนพิเศษจะถูกเฝ้ามองอย่างใกล้ชิด
เนื่องจากนายกรัฐมนตรีมีข้อครหาว่ามีความเกี่ยวโยงให้คุณให้โทษบุคคลที่ครอบครองในที่ดินพื้นที่รอบบริเวณเขากระโดง อีกทั้งมีความเกี่ยวข้องกับขบวนการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่เป็นคดีความอยู่
แม้จะประกาศจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องและแทรกแซง โดยจะปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งน่าชื่นชม แต่ต้องพิสูจน์ให้เห็นจากการกระทำอย่างถ่องแท้ด้วย จากนี้ไปจึงต้องจับตาทุกฝีก้าวว่าพูดแล้วทำจริงหรือไม่