อดีตสส. และอดีตผู้สมัครสว. เข้าพบพนักงานสืบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) คดีที่ดินเขากระโดง เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมในฐานะพยาน
พยานระบุว่าเคยยื่นเรื่องให้ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากมีความชัดเจนว่าบุกรุกที่ดินสาธารณะ ซึ่งเป็นไปตามคำพิพากษาศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ภาค 3 และศาลปกครองกลาง ที่ยืนยันที่ดินเป็นของการรถไฟฯ
ครั้งนี้จึงนำเอกสารมามอบให้เพิ่มเติม รวมถึงคดีฮั้วเลือกสว. ที่มีหลักฐานชัดเจนเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับใคร จึงต้องออกมาเร่งรัดให้ดีเอสไอเร่งรัดคดีโดยเร็ว
นับเป็นความเคลื่อนไหวที่สำคัญ และน่าสนใจต่อ 2 คดีใหญ่ ที่อยู่ในกระแสการเฝ้ามองอย่างใกล้ชิดของสังคม
ก่อนหน้านี้อธิบดีดีเอสไอให้สัมภาษณ์ถึงคดีสำคัญที่อยู่ในการสืบสวนสอบสวนของดีเอสไอ โดยย้ำว่าจะดำเนินการต่อเนื่องอย่างแน่นอนในทุกคดี
ในส่วนคดีที่ดินเขากระโดงนั้น อธิบดีดีเอสไอระบุว่าขณะนี้ยังเป็นเพียงชั้นสืบสวน ยังคงแสวงหาพยานหลักฐานอยู่ โดยต้องไปหาข้อเท็จจริงเบื้องต้นก่อน ว่าจะเข้าเกณฑ์รับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ถือว่ายังไม่ได้ข้อยุติ
ส่วนคดีฮั้วสว.ที่เข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงินและอั้งยี่ ขณะนี้เป็นคดีพิเศษแล้ว ที่ผ่านมาดีเอสไอเรียกสอบพยานไปแล้วหลายปาก ซึ่งอธิบดีดีเอสไอย้ำว่ามีพยานหลักฐานระดับหนึ่ง แต่ต้องรอประชุมร่วมกับอัยการเพื่อกำหนดแนวทางต่อไป
คำอธิบายจากผู้เกี่ยวข้องในการทำคดี ตลอดจนความคืบหน้าส่วนหนึ่ง และแนวโน้มทิศทางที่จะเดินต่อไป
ตามที่ทราบกันดีเนื่องจากความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่พลิกผัน และดำเนินไม่เป็นไปตามปกติ ทำให้เกิดรัฐบาลเสียงข้างน้อย ที่ไม่เคยมีมาก่อนในการเมืองไทย
การปรากฏขึ้นของรัฐบาล นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีใหม่ นอกจากถูกจับตามองว่าจะปฏิบัติตามข้อตกลงที่ให้ไว้กับพรรคการเมืองเสียงอันดับหนึ่งแล้ว ยังมีเรื่องคดีฮั้วสว. และเขากระโดง เข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วย
โดยเฉพาะรมว.ยุติธรรมที่ต้องกำกับควบคุมดีเอสไอ หรือการแต่งตั้งเลขานุการรัฐมนตรี ซึ่งเป็นบุคคลที่เคยแสดงท่าที และทัศนะในทางตรงข้ามกับ 2 คดีดังกล่าว
หวังว่ารัฐบาลจะปฏิบัติตามที่ให้พันธสัญญาไว้ ทั้งต่อพรรคการเมืองที่ทำข้อตกลงร่วมกันและต่อสังคม โดยปล่อยให้คดีฮั้วสว. และเขากระโดง ดำเนินไปตามครรลองธรรมชาติ