ที่ประชุมรัฐสภามีมติด้วยเสียงข้างมาก 300 ต่อ 287 ให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม หมวด 5/1 ของพรรคประชาชนเป็นร่างหลักในการพิจารณาชั้นกรรมาธิการ

เอาชนะร่างของพรรคภูมิใจไทยที่ฝ่ายรัฐบาลกับพรรคร่วมและสมาชิกวุฒิสภาให้การสนับสนุน ซึ่งพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ และสมาชิกวุฒิสภาบางส่วนร่วมกันลงมติไม่เห็นชอบด้วย

ในการลงมติทั้ง 3 ร่างแก้ไขที่เสนอโดยพรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทยนั้น ปรากฏว่าที่ประชุมตีตกร่างของพรรคเพื่อไทย เนื่องจากสมาชิกวุฒิสภาเห็นชอบไม่ถึง 1 ใน 3

ทำให้พรรคเพื่อไทยต้องพลิกเกมมาโหวตสนับสนุนร่างของพรรคประชาชนจนมีคะแนนเสียงเหนือร่างของพรรคภูมิใจไทย แม้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีจะมาช่วยลงมติด้วยก็ตาม

ในชั้นตั้งคณะกรรมาธิการนั้น ยึดตามสัดส่วนของจำนวนสมาชิกรัฐสภาเป็นหลักจากที่มีผู้เสนอตั้งจำนวนทั้งสิ้น 43 คน โดยให้พิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะ 15 วัน

ประกอบด้วยกรรมาธิการจากวุฒิสภา 12 คน พรรคประชาชนกับพรรคเพื่อไทยพรรคละ 9 คน พรรคภูมิใจไทย 4 คน ที่เหลือเป็นสัดส่วนของพรรคที่มีคะแนนเสียงรองลงไป 2 คนบ้าง 1 คนบ้าง

หากเทียบจำนวนกันแล้ว ฝ่ายที่สนับสนุนร่างหลักกับฝ่ายที่ไม่เห็นชอบ มีคะแนนเสียงที่ก้ำกึ่งกัน อาจมีผลต่อการพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการอย่างใดอย่างหนึ่งได้

ในวันที่ 20 ตุลาคมนี้ จะเริ่มตั้งไข่ทันที มีการประชุมคณะกรรมาธิการนัดแรก ซึ่งที่ประชุมจะเลือกประธาน รองประธานตลอดจนเลขานุการตามระเบียบปฏิบัติของรัฐสภา

ดังนั้น ภายในกรอบระยะเวลา 15 วันนับจากนั้น หวังว่าจะได้เห็นการทำงานของกรรมาธิการที่ทิ้งวางอัตตา ยึดตามร่างหลักอันเป็นมติของรัฐสภาเป็นสำคัญ

มุ่งมั่นแสวงหาความร่วมมือกันอย่างเต็มกำลัง สร้างสรรค์ด้วยสติปัญญาเป็นที่ตั้ง เพื่อนำไปสู่การสถาปนารัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างจริงจัง โดยปราศจากอคติใดๆ

เป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญคือหนึ่งในบันทึกข้อตกลงที่รัฐบาลทำไว้กับพรรคประชาชน ดังนั้นจึงไม่ควรบิดพลิ้วหรือเตะถ่วงหรือประวิงเวลาด้วยเจตนาอันไม่สุจริตใดๆ

ในส่วนของกรรมาธิการจากวุฒิสภานั้น หวังว่าจักช่วยสานภารกิจนี้ให้ประสบผลสำเร็จให้จงได้ เพื่อให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีความยึดโยงตามสาระและเจตนารมณ์อย่างเต็มกำลัง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน