คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิกเอ็มโอยู 2543 และเอ็มโอยู 2544 เพื่อแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา วุฒิสภา รายงานความคืบหน้าต่อที่ประชุมวุฒิสภา
พร้อมทั้งเสนอให้ที่ประชุมเห็นชอบขยายเวลาการพิจารณาศึกษา ออกไปเป็นกรณีพิเศษอีก 90 วัน เนื่องจากมีความละเอียดซับซ้อน มีผลกระทบต่อความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และที่ประชุมเห็นชอบ
ขณะเดียวกันประธานในที่ประชุมระบุด้วยว่า ขณะนี้นายกรัฐมนตรีได้ลงนามข้อตกลงขั้นต้นกับกัมพูชาไปแล้ว แต่จะนำไปสู่การยกเลิกเอ็มโอยู 2543 และ 2544 หรือไม่นั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
การขอขยายเวลาพิจารณาศึกษาออกไป แสดงให้เห็นว่าการจะยกเลิกเอ็มโอยู ต้องพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบ
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ประธานกมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาฯ เอ็มโอยู 2543 และเอ็มโอยู 2544 แถลงว่าขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าควรจะยกเลิกเอ็มโอยูหรือไม่ เนื่องจากข้อมูลยังไม่ครบถ้วน
ดังนั้นต้องดูให้รอบคอบ รอบด้านโดยไม่มีอคติ หรือใช้อารมณ์ รวมทั้งต้องนำข้อมูลที่เป็นวิทยาศาสตร์มาเป็นพื้นฐานในการตัดสินใจเรื่องนี้ และถ้าหากยกเลิกก็ต้องคำนึงถึงกฎหมายระหว่างประเทศด้วย
โดยกมธ.วิสามัญฯ ชุดนี้จะพยายามให้ข้อมูลประชาชนให้ได้มากที่สุด ถึงข้อดีข้อเสียของเอ็มโอยู 2 ฉบับ มั่นใจว่าข้อมูลที่ได้จากกมธ.จะเป็นประโยชน์ ส่งผลต่อการตัดสินใจว่าจะคงอยู่ หรือยกเลิก
นับเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจกรณีเอ็มโอยูไทย-กัมพูชา ที่อยู่ในกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมในขณะนี้
สำหรับเอ็มโอยู 2543 เป็นความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชา ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก ส่วนเอ็มโอยู 2544 เกี่ยวข้องกับการปักปันพื้นที่ทางทะเล
แต่ด้วยความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ที่รุนแรงขึ้นจนบานปลายนำมาสู่การปลุกปั่นให้ยกเลิกเอ็มโอยูทั้ง 2 ฉบับ ทั้งที่เอ็มโอยูเป็นกรอบเจรจาในเรื่องที่ยังตกลงกันไม่ได้ เป็นเครื่องมือเพื่อแก้ปัญหาข้อขัดแย้งอย่างสันติวิธี
ต่อมารัฐบาลปัจจุบันมีแผนที่จะให้ประชาชนลงประชามติว่าจะยกเลิกหรือไม่ ท่ามกลางข้อทักท้วงจากหลายฝ่าย ขณะเดียวกันวุฒิสภาก็ตั้งกมธ.วิสามัญขึ้นมาพิจารณาศึกษาข้อดีและข้อเสียของเอ็มโอยู และขอขยายเวลาพิจารณาออกไปอีก 90 วัน
หวังว่าการพิจารณาศึกษาของกมธ.จะทำอย่างละเอียดรอบคอบ ให้ข้อมูลอย่างครบถ้วน โดยปราศจากอารมณ์และอคติ