“นายกฯ”ถึงไทย ตั้งโต๊ะร่ายยาวผลสำเร็จประชุมเอเปค ชี้ เปิดจอเรดาร์พาไทยอวดสายตาโลก เผย “สี จิ้นผิง” ปลื้ม ไทยไม่เปิดกาสิโน พร้อม หนุน นทท.จีน เที่ยวไทย ลั่น ทุกเจรจายึดความถูกต้องบนหลักกฎหมายไทย

เมื่อเวลา 21.05 น.วันที่ 1 พ.ย.2568 ที่ ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมด้วย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม แถลงผลประชุมสองวาระประชุม ในการประชุมสุดยอดอาเซียนระหว่างวันที่ 26–28 ต.ค.และการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ที่เมืองคยองจู ประเทศเกาหลีใต้ ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 32 และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 29 ต.ค.-วันที่ 1 พ.ย. 2568

นายอนุทิน กล่าวว่า ตนใช้เวลาเกือบ2 สัปดาห์ในการเข้าร่วมประชุมที่สำคัญ2 วาระ ทั้งการประชุมสุดยอดอาเซียน และ ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค โดยการประชุมดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญและเกิดประโยชน์กับประเทศเป็นอย่างมาก ถึงต้องนำผลการประชุมมานำเสนอให้ประชาชนที่เป็นผู้บังคับบัญชาได้รับทราบ โดยตนมีโอกาสพบผู้นำเกือบทุกประเทศ ได้หารือทวิภาคี หารือเต็มรูปแบบ และกึ่งทางการ ถือเป็นโอกาสที่ดี โดยเป็นที่น่ายินดีที่ก่อนการประชุมทุกประเทศถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และชื่นชมพระราชกรณียกิจที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย

สำหรับการประชุมทั้งสองวาระได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยจุดประสงค์ของเราเพื่อเปิดตลาดให้ประเทศไทย ทั้งสินค้าเกษตร เพิ่มโควตาแรงงาน การท่องเที่ยวและลงทุนธุรกิจใหม่ และเสริมทักษะให้กับเยาวชนของไทย และเมื่อเดินทางกลับ จะมีทีมไปเจรจาต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความมั่นใจในการขายสินค้าเกษตร และเป็นการนำประเทศไทยกลับเข้าสู่เวทีโลกอีกครั้ง เราได้กลับมาอยู่ในจอเรดาร์ เป็นนิมิตหมายที่ดีและจะได้รับความสนใจ

นายกฯ กล่าวต่อว่า การประชุมครั้งนี้ ได้พบทั้งผู้นำประเทศและผู้นำองค์กรระหว่างประเทศ ประธานธนาคารโลกและซีอีโอของบริษัทต่างๆโดยใช้โอกาสนี้สร้างความมั่นใจในการลงทุนขยายฐานการผลิตในประเทศไทย โดยเน้นย้ำศักยภาพของไทยและการอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจ เพื่อให้เกิดความมั่นใจและในปีหน้าประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเวิร์ลดแบงค์ ซึ่งประเทศไทยจะได้รับโอกาสจากต่างชาติมากขึ้น โดยทางการค้าตอนนี้ประเทศไทย เน้น 4 เรื่องหลักที่จะวางตำแหน่งให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางหรือฮับในเรื่องความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งต้องเตรียมในเรื่องของการขนส่งโลจิสติกส์ เทคโนโลยีด้านการสื่อสาร Data Center เศรษฐกิจสีเขียว เพื่อความยั่งยืน ซึ่งจะสอดคล้องกับปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งประเทศไทยเราได้เริ่มดำเนินการตามกฎและหลักเกณฑ์นี้มาระยะหนึ่งแล้ว

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า นอกจากนั้นยังหารือกับประธานาธิบดีเกาหลี เพื่อเพิ่มโควตาแรงงานให้มากขึ้น และขอให้ความมั่นใจว่าแรงงานไทยจะได้รับการคุ้มครองตามกฏหมาย มีศักดิ์ศรี ไม่ต้องเป็นผีน้อยหรือหลบซ่อนโดยไม่ได้รับการดูแล จนทำให้เกิดอันตราย โดยเกาหลียินดีที่จะรับแรงงานไทย ส่วนปัญหาที่เกิดก่อนหน้านี้อาจเป็นข้อผิดพลาดในเรื่องของการสื่อสารเช่น การปฏิเสธการเข้าเมือง ซึ่งมีการรับเรื่องนี้ไปดูแล และแนะนำคนไทย เอกสารเข้าเมืองให้ถูกต้องด้วยตนเอง

นอกจากนั้นได้หารือกับนายกฯแคนาดา ทั้งทางการเปิดเส้นทางการบินตรงกรุงเทพฯ-แวนคูเวอร์ รวมถึงความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งแคนาดาให้ความสนใจซื้อพืชผลการเกษตรและอาหารแปรรูป เรายังได้พูดคุยกับผู้นำหลายประเทศ โดยเน้นย้ำว่าประเทศเรามีความมั่นคงทางอาหารให้โลกได้มีอาหารสำรองในกรณีวิกฤตเกิดขึ้น

นายอนุทิน ระบุด้วยว่า ไทยยังหารือเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติ ที่เราต้องการเป็นผู้นำในภูมิภาคและได้เสนอในเรื่องนี้และได้รับการตอบสนองเรื่องนี้เป็นอย่างดี จากเกาหลีใต้ ออสเตรเลีย ที่ให้ความสำคัญใจเข้ามามีส่วนร่วม เพราะเรื่องนี้เป็นภัยต่อความมั่นคงของทุกประเทศ ขอยืนยันว่าการเจรจาของไทยทุกเรื่องยืนอยู่บนความถูกต้องและผลประโยชน์ของประเทศไทยทางเศรษฐกิจความ เช่น ในการประชุมอาเซียน มีการลงนามแนวทางสันติภาพไทย-กัมพูชา ที่ระบุเงื่อนไขที่ประเทศไทยต้องการอย่างชัดเจน

มีการแถลงการร่วมข้อตกลงการค้าต่างตอบแทนกับสหรัฐอเมริกาเพื่อความสะดวกในการเจรจาภาษีและส่งเสริมการลงทุนระหว่างสองประเทศ รวมถึงทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือความหลากหลายของโซ่อุปทานของแร่ธาตุสำคัญของโลก ที่เป็นประเด็นคือแรร์เอิร์ธในการส่งเสริมการลงทุน เพื่อศึกษาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่เป็นจุดเริ่มต้น เปิดประตูบ้านใหม่ทางเศรษฐกิจ ภายใต้กฎหมายที่เคร่งครัดของไทยไม่ใช่เป็นการให้สัมปทานหรือเป็นการเอาแร่ไปขายแต่ฝ่ายเดียว แต่สามารถทำกับทุกประเทศได้ ถือเป็นการต้องการเอาหินมาขายเป็นทอง แปรรูปสิ่งเหล่านี้ให้มีมูลค่าสูงสุด เรื่องนี้ไม่ได้ทำกับใครคนใดคนหนึ่ง แต่จะเปิดโอกาสทำกับทุกประเทศที่มีความสนใจ

“ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าประเทศไทยไม่ถึงทางตันหรือมีจุดอับ โดยจะรักษาความสัมพันธ์กับทุกประเทศ เรามีทางออกและทางเลือกให้ประเทศไม่เสียศักดิ์ศรี และอยู่ในประชาคมเดียวกันกับเขา จึงต้องนำเสนอจุดแข็งให้เห็นว่าเมื่อคบกับไทย แล้วประชาชนของ2ประเทศ จะได้ประโยชน์อย่างไร“

นายกฯ กล่าวว่า สำหรับการหารือกับ นายสี จิ้นผิง ระบุว่าจีนมีความพร้อมในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินี เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการทูต 50 ปี ให้แน่นแฟ้นมากขึ้น

นอกจากนี้ยังได้มีการลงนาม อาเซียน-จีน 3.0 ที่เราจะยืนยัน ให้จีนได้มั่นใจว่า ไทยจะไม่มีการเปิดกาสิโนหรือทําให้การพนันเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย โดยประธานาธิบดี ที่มีความพึงพอใจ ยืนยันว่าประเทศจีนไม่สามารถเข้ามาแทรกแซงนโยบายของไทยได้ แต่ขณะเดียวกันหากจีนพบว่านโยบายของไทยไม่ตอบสนองก็สามารถสั่งการให้คนของเขาไม่มาประเทศเรา

ดังนั้นเมื่อประเทศของเราไม่มีข้อกังวลเรื่องคาสิโนจึงมีการสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวกลับมาท่องเที่ยวยังประเทศไทย จึงเป็นการเคลียร์ความกังวลในเรื่อง และถือเป็นเหตุการณ์มงคลยิ่งสําหรับทั้งสอง เชื่อว่า ความสัมพันธ์และการท่องเที่ยวจะกลับมาแข็งแรงอีกครั้งขณะที่จีน พร้อมสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาในประเทศไทยหลังจากไม่มีเรื่องกาสิโน การไปหารือครั้งนี้จึงได้เคลียร์ในประเด็นต่างๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเครื่องถึงประเทศไทยนายกฯได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก เป็นเนื้อหาเพลง”บ้านเรา“ เสียงร้องของนางนันทิดา แก้วบัวสาย ภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวนายอนุทิน ได้ขับรถส่วนตัวเบนท์ลี่ สีขาว ทะเบียน วธ 888 โดยมีนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย นั่งข้างนั่งไปด้วย ขณะที่น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภรรยา ได้แยกไปขึ้นรถโตโยต้าอัลพาร์ด โดยเปิดกระจก ทักทาย สื่อมวลชนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

 

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน