นายกฯ จับตากลุ่มบุคคลมีชื่อเสียง-นักการเมือง เอี่ยวอาชญากรรมออนไลน์แบบปิดชื่อดูพฤติกรรม ไม่มีใครรอด ลั่นไม่ติดหนี้บุญคุณใคร ลุยจับดำเนินคดีมาแล้ว

เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 4 พ.ย.2568 ที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมหัวหน้าตำรวจอาเซียนครั้งที่ 43 (The 43rd ASEANAPOL Conference) ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมหัวหน้าตำรวจอาเซียน ครั้งที่ 43 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพ

โดยเน้นอาชญากรรมทางออนไลน์ และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมถึงการค้ามนุษย์ ไซเบอร์สแกมเมอร์ เป็นเรื่องที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ได้บรรจุเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ ทำให้ประชาชนมั่นใจว่า รัฐบาลไม่ได้เพิกเฉยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานต่อเนื่องมาตลอด มีความมุ่งมั่นแน่วแน่ที่จะปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้ เพราะเป็นอาชญากรรมที่ทำลายเศรษฐกิจ ทรัพย์สิน และชีวิตของประชาชน

หากไม่ดำเนินการอย่างเต็มที่และไม่ได้ความร่วมมือจากประเทศในภูมิภาคจะส่งผลให้ความเสียหายเกิดขึ้นในทั่วทุกภูมิภาค ซึ่งส่วนตัวมั่นใจว่า ไม่มีประเทศไหนยอม ซึ่งในวันนี้เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นชัดอีกครั้งหนึ่งว่า รัฐบาลไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ทำงานด้านนี้ไม่ได้ทำอยู่ฝ่ายเดียว ยังหาความร่วมมือในประเทศภูมิภาคอาเซียนและยืนยันว่า ทุกหน่วยงานจะทำหน้าที่ด้วยความเด็ดขาดและเข้มงวด

ส่วนการดูแลแนวชายแดนไทย-เมียนมา ที่ขณะนี้พื้นที่ KK Park ได้รับการปราบปรามอย่างหนัก จะมีการเพิ่มมาตรการอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้ได้ดำเนินการในทุกๆ ด้าน ไม่ใช่เฉพาะชายแดนฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ส่วนไหนที่พบว่า การข่าวได้รับทราบมา และประเมินแล้วมีความสุ่มเสี่ยงต่อประเทศไทย ชีวิต และทรัพย์สินประชาชน ทุกหน่วยงานจะดำเนินการอย่างเต็มที่

ที่ผ่านมามีการยึดทรัพย์บุคคลที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก พร้อมดำเนินคดีอีกหลายข้อหา ซึ่งทำอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ต้องขอความเข้าใจจากประชาชน บางทีเห็นการนำเสนอข่าว การพาดหัวข่าวว่า ไม่ได้ทำ ไม่ได้ใส่ใจ เรื่องนี้ไม่ใช่ ซึ่งทำมาตลอด ไม่ใช่เฉพาะสองเรื่องนี้ ยังมีการปราบปรามอาชญากรรมยาเสพติด บ่อนการพนัน ทุก ๆ เรื่องที่ทำให้เกิดปัญหาของสังคม

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เท่าที่ตนทำงานร่วมกันมาและในฐานะที่รู้จักกันมานาน เป็นเพื่อนกันหมด แถวนี้ ก็ได้เห็นทุกท่านปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง ซื่อสัตย์สุจริต และเต็มความสามารถ เรื่องพวกนี้เราปล่อยปละละเลย ย่อหย่อน เห็นแก่พวก ไม่มี มันอยู่เหนือความสัมพันธ์ใดๆ อยู่เหนือความต้องการผลประโยชน์ใด ๆ แต่เป็นเรื่องของประเทศชาติและความปลอดภัยของประชาชนที่ทุกคนไม่มีวันจะยอมให้สิ่งเหล่านี้มาทำลายประเทศและประชาชน

ส่วนการปราบปรามในเรื่องนี้ มักมีบุคคลสำคัญ และนักการเมืองอยู่เบื้องหลังอาชญากรรมเหล่านี้ นายกฯ กล่าวว่า ได้มีการหารือกับผบ.ตร. เลขาธิการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และรมว.ยุติธรรม ซึ่งเดี๋ยวนี้ได้ทำงานปิดชื่อ ดูพฤติกรรม เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงการกระทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะไปโดนใครก็จะไม่ยกเว้น ซึ่งต้องทำความเข้าใจว่า เราไม่ได้เป็นหนี้บุญคุณใคร

“พวกผมกินเงินเดือน ภาษีจากประชาชน ดังนั้น การปกป้องหรือคุ้มครอง ทำคุณประโยชน์ให้ ก็คือ คนที่จ่ายภาษี จ่ายเงินเดือนให้กับพวกเรา นั่นก็คือ ประชาชน ขอให้เลิกกังวล เลิกพยายามคิดว่า กระแสข่าวที่ไปเกี่ยวข้องหรือขัดขวางการปราบเรื่องนี้ ขอให้มั่นใจว่าทุกท่านที่ยืนอยู่ตรงนี้ขึ้นมาด้วยความสามารถของตนเองทั้งนั้น ไม่ได้ติดใครหรือมีหนี้บุญคุณที่ต้องชำระใคร นอกจากบุญคุณประเทศ และประชาชนและเป็นหน้าที่ที่พิทักษ์ปกป้อง” นายอนุทิน กล่าว

ส่วนจะมีการพูดคุยกับกัมพูชาในการเพิ่มมาตรการปราบปรามอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า แน่นอนจะต้องพูดคุย และมีการทำงานร่วมกันมาอยู่แล้ว ไม่ได้หยุด ถึงแม้มีปัญหาอยู่ แต่ในปฏิญญาที่ลงนาม เรื่องสแกมเมอร์ เป็นเรื่องหนึ่งใน 4 ข้อที่ได้หารือกับกัมพูชาและเป็นเงื่อนไขที่สองประเทศจะต้องปฏิบัติร่วมกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน