“รัชดา” แจงทิ้ง ประชาธิปัตย์ ย้ายซบ “ภท.” หวังช่วยบ้านเมืองรอด การเมืองวางไว้ทีหลัง ชี้อยากดูนโยบาย-สังคม-ผลักดันบทบาทผู้หญิง เผยคุย อภิสิทธิ์ แล้ว
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 5 พ.ย. 2568 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังพบพูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และสักการะศาลพระภูมิ ศาลตา ศาลยาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล ก่อนเข้าทำงาน ถึงการย้ายมาเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยว่า ย้ายเรียบร้อยแล้ว
เมื่อถามย้ำว่าการเข้าพบนายกฯ ได้พูดคุยและมีการให้กำลังใจอย่างไรบ้าง น.ส.รัชดา กล่าวว่า นายกฯขอให้มาช่วยงานอย่างเต็มที่เพื่อช่วยบ้านเมือง ยังไม่ต้องพูดเรื่องการเมือง วันนี้เรื่องเฉพาะหน้าสำคัญมาก ต้องทำตรงนี้ให้เต็มที่ คือช่วยเหลือประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามว่าการเลือกครั้งหน้า ตั้งใจจะลงเลือกตั้ง สส.เขต หรือบัญชีรายชื่อ น.ส.รัชดา กล่าวว่า ตั้งใจมาทำงานช่วยรัฐบาล ภายใต้ระยะเวลาที่มีไม่มากนัก แต่ปัญหาบ้านเมืองเยอะ จึงรู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติที่นายกฯ ให้ความไว้วางใจให้มาช่วยงานในช่วงเวลาที่สำคัญนี้
ส่วนเรื่องการเลือกตั้งยังไม่ได้วางแผนไว้ แต่ถ้าถามถึงความถนัดส่วนตัวและสิ่งที่อยากทำ คือ เรื่องนโยบาย โดยเฉพาะเรื่องสังคมและผู้หญิง และการสร้างสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
เพราะเคยทำงานเป็นผู้แทนพิเศษของรัฐบาล สมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงมีประสบการณ์และความผูกพันในพื้นที่ โดยพรรคภูมิใจไทย มีทรัพยากรบุคคลและมีเครือข่ายที่มีศักยภาพสูง จึงอยากอาสามาช่วยนโยบายตรงนี้
เมื่อถามว่าได้คุยกับพรรคภูมิใจไทยในการดูพื้นที่ กทม. หรือไม่ น.ส.รัชดา กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยรายละเอียดในภาพกว้างของกทม. คุยเบื้องต้นเรื่องงานวิชาการและงานนโยบาย ขอตอบความถนัดก่อน
เมื่อถามว่าทำไมถึงตัดสินใจออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ในยุคที่นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค น.ส.รัชดา กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่ได้มีความคิดมาก่อนว่าจะย้ายพรรค แต่ในจังหวะนี้สถานการณ์บ้านเมืองมีปัญหา ถ้าเรามีโอกาสได้ช่วย และนายกฯ ไว้วางใจ ถือเป็นความภาคภูมิใจ
อีกทั้งเลขาธิการนายกฯ ซึ่งมีความคุ้นเคยกันอยู่ในสมัยอยู่ในทีมโฆษกประจำสำนักนายกฯ ได้ชวนให้มาช่วย จึงคิดว่ายามนี้ต้องเอาบ้านเมืองให้รอดก่อน ส่วนการเมืองจะสังกัดพรรคไหน ไม่ใช่ประเด็นที่สำคัญ วันนี้ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองหรือประชาชน ถ้าได้ช่วยกันทำในสิ่งที่ดีก็ต้องรีบทำ
ทั้งนี้ การที่ตนออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ได้เรียนได้ให้นายอภิสิทธิ์ รับทราบตั้งแต่ก่อนที่จะมีการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แล้ว