“ดร.เอ้” ชู “อาชีวศึกษา” คือหัวใจของการพัฒนาประเทศ ลั่น หากได้เป็นรัฐบาลจะทำ “อาชีวะเรียนฟรี–มีคุณภาพ” ยกระดับเทียบญี่ปุ่น เยอรมนี สร้างโอกาสให้คนไทย
เมื่อวันที่ 9 พ.ย. ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีมีนบุรีโปลีเทคนิค นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ติดตามโครงการ “คุยให้ชัด ปรับให้ตรง ร่วมทางสร้างไทยกับอาชีวะไทยก้าวใหม่ สัญจร” ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีมีนบุรีโปลีเทคนิค ว่า อาชีวศึกษาคือหัวใจของการพัฒนาประเทศไทย เป็นหนทางที่ทำให้ลูกหลาน หลุดพ้นจากความยากจน แต่วันนี้รัฐบาลที่ผ่านมาให้การสนับสนุนอาชีวศึกษาน้อย เราพูดว่าดี แต่ไม่เคยทำให้มันดีจริง ๆ เลย สุดท้ายเราก็ไม่ได้เด็กรุ่นใหม่ที่มีทักษะที่ตอบโจทย์ต่ออุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งวันนี้มีมูลค่าสูง แต่กลายเป็นว่าวันนี้อาชีวศึกษามีแต่เด็กยากจนมาเรียน จบมาแล้วไม่มีโอกาส ตอนเรียนก็ไม่ได้รับการสนับสนุน ความเหลื่อมล้ำระหว่างสถาบันอาชีวศึกษาระหว่างรัฐ และเอกชนก็เยอะ
นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า ตนตั้งใจมาพัฒนาอาชีวะให้เหมือนกับญี่ปุ่น เยอรมัน ประเทศที่ยกระดับอาชีวศึกษา สร้างโอกาส สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และมาสร้างเศรษฐกิจใหม่ วันนี้ได้เรียนรู้ปัญหา และหนทางการแก้ไข และพรรคไทยก้าวใหม่ ขออาสาชูธงการศึกษาไทยแล้วปักหมุดอาชีวศึกษาไทย ให้เป็นอาชีวะไทยก้าวใหม่จริง ๆ ที่จะรองรับลูก ๆ คนไทย สร้างโอกาส สร้างรายได้ และสร้างเศรษฐกิจใหม่ให้ได้
“หากมีโอกาสได้มาดำรงตำแหน่งทางการเมืองในอนาคต จะเริ่มเรื่องนี้ทันที ไม่ต้องรอเป็นปี ภายในไม่กี่วัน กฎกติกา ข้อบังคับที่กดทับอาชีวศึกษาไว้ มันทำให้อาชีวะไม่โต เราตั้งใจว่าจะทำในวันแรก ๆ ถ้าเรามีโอกาสไปดูแลเรื่องการศึกษาของประเทศไทย ทุกวันนี้เราเสียภาษีไปใช้ในเรื่องที่ไม่ได้สร้างคน หรือพัฒนาเลย นักเรียนอาชีวะปัจจุบันเหลือเพียง 400,000 คนเท่านั้น ถือว่าน้อยมาก และรัฐอุดหนุนน้อย ดังนั้น วันนี้ อาชีวศึกษาต้องเรียนฟรีเต็มรูปแบบ และสนับสนุนสถาบัน ไม่ว่าจะเป็นรัฐ หรือเอกชน ให้ได้จัดการเรียนการสอนอย่างมีคุณภาพ และฟรีอย่างมีคุณภาพ ซึ่งใช้จ่ายไม่มาก แต่จะสะท้อนพลังทางเศรษฐกิจมหาศาลอย่างประเมินมูลค่าไม่ได้ เป็นเรื่องที่ตนเอง และพรรคไทยก้าวใหม่ จะเป็นพรรคแรกที่จะทำเรื่องอาชีวศึกษาอย่างจริงจัง”นายสุชัชวีร์ กล่าว
นายสุชัชวีร์ กล่าวต่อว่า ส่วนความเหลื่อมล้ำระหว่างภาครัฐ และเอกชนนั้น มีเยอะมาก เพราะอาชีวศึกษาเอกชน ก็ถูกกดทับไว้เยอะ ไม่ได้สนับสนุนเต็มรูปแบบ ต้องอยู่รอดด้วยตัวเอง นักศึกษาที่รับมาเรียนทั้งหมด ไม่มีโอกาสเข้าไปเรียนสถาบันของรัฐ และที่สำคัญบ้านยากจนมาก และการสนับสนุนให้อุตสาหกรรมมาร่วมมือกับเอกชนมีน้อย หากจะมีก็มีแค่ของรัฐ ทั้งที่ผู้นำทางการเมืองต้องคิดให้เหมือนกัน ไม่ว่าเอกชน หรือรัฐ ก็ดูแลลูกคนเดียวกัน คือลูกของเรา ดังนั้น ความเท่าเทียมต้องเกิดขึ้น
ส่วนจะลบภาพจำของอาชีวะได้อย่างไรบ้างนั้น นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า เดี๋ยวนี้คนไทยปวดหัวใจมากขึ้น ตนเองก็ลูกอาชีวะ วันนี้เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ของบ้านเมือง โดยเฉพาะผู้นำทางการเมือง เราต้องให้ความเข้าใจแก่ประชาชนทั่วไป แต่การให้ความเข้าใจ พูดอย่างเดียวไม่ได้ ต้องทำให้เห็น ต้องสร้างให้เห็นว่าจริง ๆ แล้ว อาชีวะทำให้ดี ทำให้เก่ง ให้มีคุณภาพ ให้ลูก ๆ อาชีวะของเราออกไปแล้วเขาอยู่อย่างสง่างามได้ มันทำได้จริง แค่เท่านี้ค่านิยมทุกอย่างก็จะเปลี่ยนไป