อนุทิน คัมแบ๊ก อัสสัมชัญบางรัก กราบอดีตผอ.-คุณครู เล่าย้อนสมัยเคยเป็นนักเรียน รุ่นน้องรุมจับมือต้อนรับ ถามวิธีได้เป็นนายกฯ แนะตั้งเข็มทุ่มเทเชื่อฟังพ่อแม่

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 10 พ.ย. 2568 ที่ ร.ร.อัสสัมชัญ บางรัก กทม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เดินทางมาเยี่ยมโรงเรียนอัสสัมชัญ โดยมีผู้อำนวยการโรงเรียน นายกสมาคมผู้ปกครอง และครูโรงเรียนอัสสัมชัญ ผู้บริหาร คณาจารย์ นักเรียน และผู้ปกครอง ให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ เมื่อมาถึงนายกฯ ได้ถ่ายรูปกับผู้บริหาร ก่อนแสดงความเคารพ และวางดอกไม้ที่หน้าอนุสาวรีย์บาทหลวงเอมิล อออกัสต์ กอลมเบต์ ผู้ก่อตั้งโรงเรียนอัสสัมชัญ และเจษฎาจารย์ ฟ.ฮีแลร์ ผู้แต่งหนังสือดรุณศึกษา และเดินเข้าโรงเรียนผ่านซุ้มธงโรงเรียน

จากนั้น เดินทักทายนักเรียนในฐานะรุ่นพี่ โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก ซึ่งนักเรียนหลายคนขอเข้ามาจับมือนายอนุทิน จากนั้น ได้นำพวงมาลัยมาไหว้อดีตผู้อำนวยการ และครูที่เคยสอนในอดีตหลายท่าน ก่อนจะยืนสงบนิ่งถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ต่อมา เวลา 09.05 น. นายกฯ ได้กล่าวบนเวทีตอนหนึ่งถึง “ชีวิตในรั้วโรงเรียนอัสสัมชัญ” ว่า รู้สึกตื่นเต้น แม้ว่าจะเคยเจอคนเป็นหมื่นมาแล้ว แต่ไม่ตื่นเต้นเท่าที่นี่ เพราะยังกลัวคุณครู ก่อนจะเล่าถึงวีรกรรมสมัยเรียน ในชั้นของมาสเซอร์ไพโรจน์ รัศมีมารีย์ ตนได้คณิตศาสตร์ 0 คะแนน แต่นั่นทำให้มีความต้องการเอาชนะ ซึ่งสุดท้ายอีก 3-4 ปี ตนก็แก้ได้ และได้เรียนวิศวะจนจบ

นอกจากนี้ ยังได้แรงบันดาลใจจากโรงเรียนนี้ในการเรียนภาษาอังกฤษ ซึ่งตอนนั้นตนไม่ได้สนใจภาษาอังกฤษเท่าไหร่ แต่ระหว่างเรียนได้ลองกดปุ่มต่างๆ บนโต๊ะ ทำให้เกิดจินตนาการ สมมติว่าเป็นนักบิน จนมาวันนี้ได้นักเป็นนักบิน และขับเครื่องบินจริงๆ และทำประโยชน์ให้กับประเทศส่งมอบอวัยวะสำคัญให้กับประชาชน

ส่วนมาสเซอร์ พนาเวศ หลายรัตน์ ผูกพันที่สุด เปรียบเสมือนเป็นผู้มีพระคุณสูงสุดในโรงเรียน พอได้ 49 คะแนน มาสเซอร์ปัดให้เป็น 51 ด้วยความเมตตา และเรียกแม่ของตนมาให้เคี่ยวเข็ญตนให้มากกว่านี้ เพราะถ้าปล่อยไปแบบนี้เป็นโจรแน่นอน

นายกฯ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ทำให้พวกเราทุกคนเป็นผู้เป็นคน ได้ดิบได้ดี เติบโตด้วยความมั่นคง ที่สำคัญที่สุด คือความเป็นนักเรียนอัสสัมชัญ ทำให้เราเกรงกลัวละอายต่อการทำชั่ว ทำผิด ทำไม่ดี เพราะการปลูกฝังของอัสสัมชัญ ตั้งแต่เข้า ป.1 มาสายไม่ได้ ถ้ามาสาย ลูกท่านจะถูกตี

ขอให้น้องๆ จำไว้ว่าอีก 10 ปี เราจะมานั่งนึกว่าเราโชคดีมากเลย ที่เราได้มาร้องเพลงชาติ ร้องเพลงอัสสัมชัญ ตอนเย็นวันศุกร์ได้ร้องเพลงสดุดีมหาราชา ปลูกฝังแบบนี้มาเป็นเวลา 10 ปี เราต้องภาคภูมิใจในสถาบันของเรา ทั้งสถาบันการศึกษา สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

นอกจากนี้ นักเรียนอัสสัมชัญลายมือสวยอ่านได้ทุกคน รุ่นตนใช้ปากกาคอแร้งลากเส้นขึ้นต้องบางเส้นลงต้องหนา ถ้าทำไม่ได้ต้องคัดเป็นเล่มๆ ทำให้เรามีความละเอียดมีความระมัดระวัง เป็นการปลูกฝังเป็นนิสัย ทุกวันนี้ตนดีใจมาก ตนอยู่ในกระทรวงหรือในทำเนียบรัฐบาล ลูกน้องมักจะเดินมาบอกว่าลายมือท่านอ่านง่ายสวยจัง ตนบอก “มาจากอัสสัมชัญครับ”

นายกฯ กล่าวต่อว่า เราจะรู้ก็ต่อเมื่อหลุดจากรั้วโรงเรียนไปแล้ว ตนเล่นดนตรีได้ มีวินัย และวิชาความรู้จะนำพาให้เราไปสู่อนาคตที่ดี เมื่อจบไปแล้วเจอกันอัสสัมชัญรุ่นพี่รุ่นน้อง เปรียบเสมือนเกตเวย์ถูกเปิดออก จากยากเป็นง่าย หนักเป็นเบา ความใกล้ชิดเกิดแล้ว เราพยายามสนับสนุนซึ่งกันและกัน ไม่มีหรอกเป็นกลาง เข้าข้างอัสสัมชัญเสมอ

ฝากให้น้องๆ ได้ซึมซับว่า แล้ววันหนึ่งเราจะกลับมายินดีปรีดาที่เราได้เรียนที่สถาบันแห่งนี้ ทุกวันนี้กลางคืนนานๆ ที ยังฝันว่าถูกมาสเตอร์ตี ตื่นขึ้นมาเหงื่อแตกท่วมตัวด้วยความกลัว เพราะมันปลูกฝังอยู่ในจิตใต้สำนึก และเวลาทำงานก็จะนึกถึงว่า ทำไม่ดีไม่ได้ ถ้าทำแบบนี้จะถูกตี

รวมถึงทำให้เรามีระเบียบวินัยอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะทำให้เป็นคนที่สมบูรณ์ในหน้าที่การงานทั้งหมดได้จากอัสสัมชัญ ฝากน้องๆ ทั้งหลาย ต้องเพิ่มวินัยให้กับตนเอง และใฝ่รู้ให้มากที่สุด ซึ่งจะทำให้เราอยู่ในอนาคตที่มีการแข่งขันมากมายได้

นายกฯ กล่าวด้วยว่า เราสามารถหาสิ่งที่เราไม่รู้ได้ทุกวันนี้ไม่ต้องลอกการบ้านเพื่อนแล้ว เปิดกูเกิลอย่างเดียว หรือ chat gpt เขียนออกมายิ่งกว่าครูเขียนอีก แต่เราต้องเรียนรู้ และเข้าใจให้มากขึ้น เพราะไม่มีคนมาเคี่ยวเข็ญเราอีกแล้ว และทุกคนอย่าลืมหาโอกาสคิดถึงบ้านเมือง คิดถึงประเทศ คิดถึงอนาคตของพวกเรา คิดถึงคุณพ่อคุณแม่หรือลุงๆ ที่จะต้องพึ่งพาให้น้องๆ ได้ดูแล ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ให้อยู่ได้ด้วยศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ที่ดี

เมืองไทยหรือประเทศไหนก็ตาม ก็จะเปลี่ยนผ่านไปทีละยุค ก็ต้องฝากประเทศนี้ไว้กับมือของลูกๆหลานๆ อัสสัมชัญรุ่นปัจจุบันนี้ทุกคน ตอบแทนบุญคุณพ่อแม่อาจารย์ตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน และทำให้ประเทศมีความเจริญตลอดไป

จากนั้น มีนักเรียนรุ่นปัจจุบัน ได้สอบถามนายกฯ ว่า หากอยากเป็นนายกฯ ต้องทำอย่างไร นายอนุทิน จึงตอบว่า อยากเป็นนายกฯ ต้องเชื่อฟังพ่อแม่ เคารพพ่อแม่ และครูบาอาจารย์รักษาวินัยใฝ่รู้ เราอยากเป็นอะไรต้องตั้งเข็มไปทางนั้น ทุ่มเทให้เต็มที่ ก็จะประสบผลที่เราคาดหวังไว้ได้อย่างไม่ยาก

จากนั้น นายกฯ ได้รับมอบรูปภาพ และผ้าพันคอ รุ่น AC 98 จากศิษย์เก่ารุ่น AC 98 ต่อมา นายกฯ ได้เซ็นสมุดเยี่ยมโรงเรียน ระบุข้อความว่า “ขอขอบพระคุณสมาคมอัสสัมชัญสำหรับเกียรติยศทุกสิ่งที่มอบให้กับผม ซึ่งจะเป็นความภาคภูมิใจไปตลอดชีวิต“ พร้อมกับลงลายมือชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี 10 พฤศจิกายน 2568

จากนั้น นายกฯ ได้เข้าไปในห้อง AC AVIATION Training Center หรือ ห้องจำลองการบิน ก่อนจะทดลองขับเครื่องบิน รุ่น Socata TBM 930 เป็นหนึ่งในรุ่นที่นายกใช้บินทำภารกิจ “หัวใจติดปีก” ซึ่งระหว่างที่บินนายกฯ บินค่อนข้างผาดโผนตีลังกาด้วย สร้างเสียงฮือฮาให้กับคณะอาจารย์และนักเรียน

ก่อนเดินเยี่ยมชมหอเกียรติยศแห่งโรงเรียนอัสสัมชัญ และศูนย์การเรียนรู้วิจัยและพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยีการบินและอวกาศและเทคโนโลยีขั้นสูง บริเวณ ชั้น 3 อาคารนักบุญหลุยส์-มารีย์ และพบปะนักเรียนปัจจุบันระดับชั้น ม.ปลาย ที่หอประชุมหลุยส์-มารีย์ แกรนด์ฮออล์ โดยร่วมเป่าแซกโซโฟนกับวงดุริยางค์โรงเรียนอัสสัมชัญ (AC BAND) ในเพลง “สดุดีอัสสัมชัญ” และ เพลง “Stars and Stripes Forever”

จากนั้น ได้ร่วมให้กำลังใจนักฟุตบอลโรงเรียนอัสสัมชัญ ที่จะเข้าแข่งขันฟุตบอลจตุรมิตรสามัคคีครั้งที่ 31 ที่โรงเรียนอัสสัมชัญเป็นเจ้าภาพ ในวันที่ 15-22 พ.ย.นี้ ณ สนามศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน เป็นศิษย์เก่าโรงเรียน อัสสัมชัญ เลขประจำตัว 25684 รุ่น 98 หรือ AC 98 เข้าเรียนในปี 2515 ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – มัธยมศึกษาปีที่ 6 เป็นนักดนตรีในวงค์ดุริยางค์โรงเรียนอัสสัมชัญ (AC BAND) ได้รับเลือกเป็น “อัสสัมชนิกดีเด่น” ในโอกาสโรงเรียนอัสสัมชัญ ครบรอบ 135 ปี เมื่อวันที่ 16 ก.พ.63

สำหรับ ร.ร.อัสสัมชัญ มีศิษย์เก่าที่ดำรงตำแหน่งนายกฯ ก่อนหน้านี้ 4 คน ได้แก่ พระยามโนปกรณ์นิติธาดา , หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช , พันตรีควง อภัยวงศ์ , ศ.สัญญา ธรรมศักดิ์ (ปี2518) ล่าสุด คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งเป็นศิษย์เก่าร.ร.อัสสัมชัญ ที่ได้ดำรงตำแหน่งนายกฯ ในรอบ 50 ปี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน