กมธ.แก้รธน. มติข้างมาก เลือกสูตร 20 หยิบ 1 หา กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ 35 คน พร้อมขีดเงื่อนไขให้รัฐสภาเลือกให้ได้ภายใน 60 วัน
เมื่อวันที่ 13 พ.ย.2568 ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงผลการประชุมกมธ.ซึ่งพิจารณารายละเอียดในร่างมาตรา 256/5 ว่าด้วยขั้นตอนการเลือกกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่า มติที่ประชุม 19 เสียง เห็นด้วยกับกระบวนการที่กำหนดสูตรให้สมาชิกรัฐสภารวมกลุ่มกัน จำนวน 20 คน และเลือก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ 1 คน ตามที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกมธ.เป็นผู้เสนอ
นายนรเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า ได้ปรับรายละเอียดเล็กน้อย ในกรณีสมาชิกรัฐสภาไม่สามารถรวมกลุ่มได้ครบ 20 คน และไม่สามารถเลือกกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญได้ครบ 35 คน ได้กำหนดให้รัฐสภาโหวตเลือกจากบุคคลที่อยู่ในบัญชีที่ถูกชื่อให้เป็น กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ตามจำนวนที่ขาด โดยใช้มติของรัฐสภาจำนวน 2 ใน 3 เพื่อตัดสิน
เหตุผลที่ต้องใช้เกณฑ์เห็นชอบ 2 ใน 3 นั้น เพื่อป้องกันการใช้เสียงข้างมากลากไป และอย่างน้อยการให้ความเห็นชอบผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญนั้นต้องมีส่วนผสมระหว่างฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล
“เช่น กรณีกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ไม่ครบ 35 คน ขาดอีก 3 คน การเสนอชื่อให้รัฐสภาโหวต ต้องเสนอชื่อเข้ามาเป็น 2 เท่า หรือ 6 คน จากนั้นให้รัฐสภาลงมติ สำหรับคนที่จะได้รับคัดเลือก ให้พิจารณาตามคะแนนโหวตสูงสุดเรียงตามลำดับที่ขาด ทั้งนี้ มีเงื่อนไขต้องได้เสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ด้วย” นายนรเศรษฐ์ กล่าว
นายนรเศรษฐ์ กล่าวด้วยว่าสำหรับกรอบเวลาที่รัฐสภาต้องเลือกกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จ ภายใน 60 วัน แต่หากครบเวลาแล้ว ไม่สามารถได้ กมธ.ครบ 35 คน แต่ไม่น้อยกว่า 90% หรือ 32 คน ให้ทำหน้าที่ไปตามจำนวนที่มี
ทั้งนี้ หลังจากพิจารณาประเด็นดังกล่าวเสร็จ ในช่วงบ่ายจะพิจารณาเนื้อหาของมาตรา 256/2 ว่าด้วยที่มาของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งตามร่างหลักของพรรคประชาชน เสนอให้ใช้กระบวนการที่มาจากการเสนอบัญชีรายชื่อ ให้ประชาชนเลือกตั้ง และเสนอให้รัฐสภาเลือก แต่ในรายละเอียดนั้นต้องหารือกันอีกครั้งว่าจะปรับรูปแบบเป็นอย่างไร