2 สส.ขาใหญ่สงขลาหายเข้ากลีบเมฆ หลบหน้า กมธ.มั่นคง ‘อัจฉริยะ-บิ๊กโจ๊ก’พาพยานปากเอกมาด้วย ยอมรับเป็นคนโอนเงินเว็บพนันเข้ากระเป๋าตำรวจ ปปง.ระบุชัด ‘ชนนพัฒฐ์’ เป็นเจ้าของเว็บจิมิ88-จิมิ44 เผยเส้นเงินโยง ‘สมยศ’มากกว่า 1 คดี อยู่ระหว่างสอบสวน ‘บิ๊กแจง’ โวย อนุญาตสื่อถ่ายทอดสด ทำตำรวจเสียชื่อ ทั้งที่คดียังไม่สิ้นสุด ขอไม่รับ แต่ไม่ปฏิเสธ ตร.รับส่วยหรือไม่
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 13 พ.ย.2568 ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธานกรรมาธิการ วาระพิจารณาเรื่องสแกมเมอร์ ต่อจากสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงเรื่องเว็บพนัน
โดยเชิญ นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม และนายสมยศ พลายด้วง หรือโกถึก สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ มาชี้แจง แต่ปรากฏว่าทั้ง 2 คนไม่มา โดยนายรังสิมันต์ แจ้งที่ประชุมว่า นายชนนพัฒฐ์ แจ้งตอนแรกว่าจะมา แต่สุดท้ายแจ้งว่าติดภารกิจในพื้นที่ แต่ไม่มีหนังสือแจ้งมา ส่วนนายสมยศ ทำหนังสือแจ้งว่าติดภารกิจไปต่างประเทศ
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า การพิจารณาวันนี้เน้นที่ขบวนการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังการปลดพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีตผบ.ตร. และเจ้าหน้าที่ตํารวจอีกกว่า 200 นาย กรณีรับส่วยจากขบวนการเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตร. และนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยืออาชญากรรม มาให้ข้อมูล โดยได้พาน.ส.พิมพ์วิไล ปล้องอ่อน พยานมาชี้แจงด้วย โดยใช้เวลาประชุมร่วม 5 ชั่วโมง

พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ สอบถาม น.ส.พิมพ์วิไล ว่าเหตุใดถึงโอนเงินไปหลายครั้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใน จ.สงขลาจำนวนมาก และเป็นเงินค่าอะไร โอนอย่างไร
น.ส.พิมพ์วิไล ชี้แจงว่า หลังจากตนเองโดนจับ ได้สอบถามคนว่าจ้างให้โอนเงิน ว่าทำไมตนถึงโดนจับกุม คนที่ว่าจ้างตอบกลับว่า เงินที่โอนให้ตำรวจ หรือโอนให้ไปในที่ต่างๆ เป็นเงินผิดกฎหมายหรือจากการพนัน และเป็นเงินส่วยที่ส่งให้กับตำรวจทั้งหมด ซึ่งส่วยดังกล่าวบางรายการก็รู้ บางรายการก็ไม่รู้ว่าเป็นส่วยเกี่ยวกับอะไร แต่ที่รู้คือเป็นส่วยเว็บไซต์พนันออนไลน์
พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ถามต่อว่า ตำรวจชุด PCT4 พบว่ามีการโอนเงินเข้าไปด้วย จึงอยากทราบว่า น.ส.พิมพ์วิไล โอนเงินจากเว็บพนันไปให้จริงหรือไม่ โอนผ่านใคร ตำรวจชื่ออะไร
น.ส.พิมพ์วิไล ยอมรับว่าโอนผ่านจริง โดยคนว่าจ้างให้โอนให้ติดต่อกับคนๆ หนึ่งที่เขาจะมาเรียกเก็บจากตนทุกวันที่ 5 และวันที่ 10 ของเดือน โดยเขาแจ้งว่าตำรวจชุดนี้คือชุด PCT 4 จะโอนไปให้รองกาโม่ ซึ่งเป็นนายตำรวจอยู่ในชุด PCT4 เรื่องนี้ได้แจ้งความไว้ที่ สภ.หาดใหญ่
หลังจากตนเองโดนจับกุม ทั้งที่เป็นแค่คนโอนและทำบัญชี จึงรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะไม่ทราบเรื่องมาก่อน แต่มารู้ภายหลัง ทำให้ต้องไปร้องเรียนว่าเมื่อโอนเงินให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วทำไมต้องมาจับตนด้วย จึงคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม
พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ถามต่อว่า มีเส้นเงินจากเว็บพนันโอนไปยังนายตำรวจใหญ่ และบุคคลใกล้ชิด รวมถึงมีเส้นเงินของนายชนนพัฒฐ์ โอนกลับมาที่น.ส.พิมพ์วิไล เพราะอะไร น.ส.พิมพ์วิไล กล่าวว่า ตนไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร
พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ กล่าวว่า อยากให้กรรมาธิการแจ้งไปยัง คณะกรรมการข้าราชการตรวจ (ก.ตร.) และส่งเรื่องที่ชี้มูลไปให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะได้นำเรื่องไปประกอบสำนวนการสอบสวน รวมถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อให้ยึดอายัดทรัพย์นายตำรวจทั้งหมดที่รับเงินจากเว็บพนัน และส่งเรื่องไปยังกรมสรรพากร เพื่อตรวจสอบการเสียภาษีย้อนหลังทั้งหมดของตำรวจที่รับเงินจากเว็บพนัน
ด้าน พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผบ.ตร. ในฐานะผู้แทนนายกฯ และผบ.ตร. กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้ดำเนินการอย่างจริงจังต่อผู้ถูกร้องเรียนกระทำผิดจริยธรรมร้ายแรง เพื่อรักษามาตรฐานจริยธรรมองค์กรตำรวจ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนภายใต้กฎหมายตำรวจ
จากนั้น พล.ต.ต.อภิสัณห์ หว้าจีน ผู้บัญชาการกองวินัยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงกรณีการดำเนินการทางวินัย และดำเนินคดีอาญาต่อ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์และพวก รวม 33 นายว่า การดำเนินคดีอาญามีการส่งสำนวนคดีที่ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ มาร้องไปยังป.ป.ช. ส่วนการดำเนินการทางวินัยอดีต ผบ.ตร. อำนาจดำเนินการทางวินัยจะเป็นนายกรัฐมนตรี
กรณีนี้ต้องแยกดำเนินการเป็น 2 ส่วน ในกรณีพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ นายกฯ มีคำสั่งเมื่อ 6 มี.ค.2568 ว่าให้ผบ.ตร.ดำเนินการตามมาตรา 117 ของพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 โดยตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง 9 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนดำเนินการ
ส่วนตำรวจอื่นๆ อีก 24 นาย ผบ.ตร.สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการอีกชุดจำนวน 7 คน เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.2568 ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการและยังไม่เสร็จสิ้น เพราะพยานปากสำคัญไม่เคยมาให้การเลย

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สส.ระยอง พรรคประชาชน ในฐานะเลขาฯ กมธ. ถามว่า ตำรวจคนอื่น 24 นาย ได้มีกลไกที่จะนำตำรวจเหล่านี้ออกจากกระบวนการก่อนหรือไม่
พล.ต.ต.อภิสัณห์ กล่าวว่า ขณะนี้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ไม่ใช่คณะกรรมการสอบสวน ทำให้ตำรวจที่อยู่ในคำร้องจำเป็นต้องพักราชการ เพราะไม่เข้าข่ายหลักเกณฑ์การพักราชการ ซึ่งกรอบระยะเวลาไม่ได้ระบุชัดเจน แต่มีการเร่งรัดอยู่เรื่อยๆ ที่ผ่านมาได้ขยายเวลาตรวจสอบมาตลอด
พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ จึงถามว่า กรณีพล.ต.อ.ต่อศักดิ์และคณะ มีการโอนเงินจากเว็บพนันเข้าบัญชีเงินเดือน ทำไมถึงไม่ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง เพราะถือเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งผิดไปจากกรณีของตน เพราะตั้งคณะกรรมการวินัยร้ายแรงเลย ทั้งที่เส้นเงินไม่ได้โอนตรงเข้าบัญชี พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าใช้อำนาจโดยมิชอบหรือไม่ แน่นอนว่าเป็นอำนาจดุลยพินิจ แต่ถ้าเมื่อไหร่ใช้โดยมิชอบ ก็เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
พล.ต.ต.อภิสัณห์ ระบุว่า ของพล.ต.อ.สุรเชษษฐ์ ที่ตั้งวินัยร้ายแรงเพราะเกี่ยวกับคดีอาญา มีการออกหมายจับแล้ว แต่กรณีนี้ยังไม่มีการเชื่อมโยงเป็นคดีอาญา ส่วนเส้นเงินสดที่มีการร้อง คณะกรรมการกำลังตรวจสอบอยู่
พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ จึงถามต่อว่า เพราะอะไรที่ ผบ.ตร.ไม่ออกหมายจับหรือหมายเรียกพล.ต.อ.ต่อศักดิ์และพวก เหมือนที่ทำกับตน ทำไมถึงส่งสำนวนไปที่ป.ป.ช.เลย
ด้านพล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงเส้นเงินที่เกี่ยวกับน.ส.พิมพ์วิไล ว่าได้ดำเนินคดีแล้ว ซึ่งในเส้นเงินนี้ไม่มีเส้นเงินที่เกี่ยวกับตำรวจ PCT 4 อยู่ในนั้น ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ระหว่างดำเนินการของ ป.ป.ช. มีเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกออกหมายจับแล้ว 2 นาย
นอกจากนี้ ยังชี้แจงเส้นเงินที่เกี่ยวกับนายชนนพัฒฐ์ ขณะนี้คณะตำรวจนครบาลรับผิดชอบไปแล้ว 21 เว็บ ที่ปิดไปแล้วและเปิดขึ้นมาใหม่ ทุกวันนี้มีการเสนอปิดกั้นไปที่กระทรวงดิจิทัลฯ แล้วแสนกว่าเว็บ ปิดได้ประมาณ 70% ซึ่งเว็บแต่ละเว็บขึ้นอยู่กับการจดทะเบียน อาจจดในประเทศที่ไม่ผิดกฎหมาย เมื่อปิดเขาก็สามารถเปิดขึ้นได้ใหม่ แค่เปลี่ยนตัวอักษรนิดหน่อย
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีพล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ที่ถูกออกหมายจับและส่งเรื่องไปที่ ป.ป.ช.นั้น ชุดของตนในขณะนั้นไม่มีอำนาจในการสอบสวน มีหน้าที่จับและส่งไปให้อีกทีมสอบสวน ซึ่งเป็น สน.เตาปูน เมื่อสอบสวนพบว่าเป็นเรื่องฟอกเงินจากเว็บพนัน ไม่เกี่ยวกับมาตรา 157 และเมื่อสอบสวนไปก็มีตำรวจสืบสวน ผู้กำกับสงขลา ขึ้นไปร้องทุกข์ที่ สน.เตาปูน ให้ส่งเรื่องไปที่ป.ป.ช. ไม่ใช่การจับแล้วส่งไปที่ป.ป.ช.ทันที
ช่วงหนึ่งในการประชุม พล.ต.อ.กรไชย ได้ยกพาดหัวข่าวของสำนักข่าวหนึ่งที่มาถ่ายทอดสด แล้วพาดหัวสั้นๆ ว่า พิมพ์วิไลแฉยับ พร้อมระบุอย่างมีอารมณ์ว่า ทำให้ตำรวจเสียหาย เรื่องนี้ยังไม่สรุปเลย การเขียนแบบนี้ เท่ากับตนยอมรับในสิ่งที่ตนพูด ตนต้องรักษาเกียรติของตำรวจ ตนถึงบอกว่าการถ่ายทอดสดเป็นเรื่องที่ดี
แต่ถ้าเขียนแบบนี้ อย่านำเสนอเลย ปิดการถ่ายทอดสดดีกว่า เพราะท่านเขียนฝ่ายเดียว ตำรวจทุกคนนั่งอยู่ในห้องนี้ ยอมรับในสิ่งที่พิมพ์วิไลพูดใช่หรือไม่ ตนไม่ได้ของขึ้น แต่รักษาเกียรติ และมองว่าทุกช่องเขียนแบบนี้หมด ถ้าไม่เขียนก็ไม่มีคนดู

นายรังสิมันต์ ชี้แจงว่า ตนไม่ได้กำกับสื่อ ไม่ได้ควบคุมสื่อ แต่มองว่าเรื่องนี้สำคัญ เป็นผลประโยชน์ของประเทศ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงข้อมูล แต่ขอว่าอย่าเพิ่งไปจั่วหัว เพราะข้อเท็จจริงยังไม่จบ ซึ่งทางตำรวจได้ชี้แจงแล้ว ประชาชนก็ฟังข้อเท็จจริง
พล.ต.อ.กรไชย จึงกล่าวว่า ตนเกรงว่าจะฟังแค่ช่วงเดียว ช่วงที่มันๆ เท่านั้น พอไม่มันก็ไม่ฟังแล้ว พอเกิดการโต้เถียงก็จะฟัง ถ้าวันหลังมีการถ่ายทอดสดแบบนี้ควรกำหนดกรอบ หัวข่าวดีหรือไม่ว่าตำรวจมาชี้แจง ไม่ใช่ให้เขาไปเขียนเอง เพราะตำรวจทั้งประเทศก็สะท้อนใจ
พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ เลยสวนว่า “ครั้งหน้าพี่ก็เขียนเลย” ทำให้ พล.ต.อ.กรไชย กล่าวว่า “ได้ แต่ให้พี่โจ๊กเขียนดีกว่า”
จากนั้น น.ส.พรรณิการ์ วานิช ที่ปรึกษา กมธ. กล่าวว่า เรื่องนี้มีวิวาทะกันและยังไม่ได้ข้อสรุป แต่ข้อเท็จจริงคือ มีตำรวจรับเงินเว็บพนันจริง แต่ยังจับไม่ได้ว่าลูกน้องใครแค่นั้น ดังนั้น สื่อไม่ได้จับประเด็นผิด และมองว่าไม่ได้เรียกเรตติ้ง แต่เป็นข้อเท็จจริง
พล.ต.อ.กรไชย จึงกล่าวว่า คำว่าตำรวจรับส่วย คุณว่ามีหรือไม่ เราไม่ปฏิเสธและก็ไม่รับ พูดตรงๆ และในทางกลับกันยังไม่ได้ตัดสินว่ามีตำรวจรับส่วย แต่เขียนไปแล้วว่ามีตำรวจรับส่วย ถ้าเขียนว่าตำรวจรับส่วยก็แปลว่าตำรวจรับส่วย แต่ในที่สุดถ้าศาลตัดสิน ผิดว่าตามผิด ถูกว่าตามถูก ถ้าผิดก็ติดคุกไป และอยู่ไม่ได้ใน ตร.
“ยืนยันว่าไม่เลี้ยงคนเหล่านี้แน่นอน ผมเป็นคนชัดเจน ไม่พูดแล้วกัน พูดมากเดี๋ยวหาว่าโม้ แต่โม้ก็สัมผัสได้ แต่ที่คุณพรรณิการ์จั่วหัวว่าไม่เป็นไร แต่เขาเขียนว่าตำรวจรับส่วยครับ แต่เรารับหรือไม่ ยังไม่รู้เลย วันนี้ศาลยังไม่ตัดสิน แต่ถามว่ามีหรือไม่ ผมก็ไม่ปฏิเสธ แต่ก็ไม่รับ แค่อยากรักษาเกียรติของตนเอง” พล.ต.อ.กรไชย กล่าว
ทำให้ พล.ต.อ.สุรเชษษฐ์ ตอบโต้ ผบ.ตร.ออกมายอมรับแล้วว่ามี 99% ไม่รับ แสดงว่า 1% ก็ถือว่ามี
ขณะที่ตัวแทน ปปง. ชี้แจงว่า จากการสอบสวนพบว่ามีเว็บจิมิ 88 และเว็บจิมิ 44 ชักชวนให้เล่นการพนันและได้จริง ซึ่งจากคำให้การนายชนนพัฒฐ์ เป็นเจ้าของเว็บไซต์และได้ผลประโยชน์ มีการกดเงินสดจากเว็บพนัน แล้วนำไปมอบให้นายชนนพัฒฐ์ ซึ่งนายชนนพัฒฐ์เป็นผู้ดูแลและจัดการผลประโยชน์ โดยทำธุรกรรมทางการเงินร่วมกับกลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งเป็นคนที่ ปปง.เคยอายัดทรัพย์มูลค่าหลายสิบล้านบาท
จึงไม่น่าเชื่อว่าเป็นการทำธุรกรรมในลักษณะของผู้เล่น แต่เป็นผู้รับประโยชน์ ซึ่งเป็นเจ้าของเว็บ จากการตรวจสอบพบทรัพย์สินเบื้องต้น รถยนต์ 1 รายการ เงินสด 1 รายการ เงินในหลักทรัพย์ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ และหน่วยลงทุน 6 รายการ และยังมีที่ดิน ห้องชุด 61 รายการ รวมทั้งสิ้น 69 รายการ แบ่งเป็นของนายชนนพัฒฐ์ 9 รายการ 36 ล้านบาท และผู้ที่เกี่ยวข้อง 60 รายการ
ดังนั้น คณะกรรมการจึงมีมติให้ยึดอายัดทรัพย์ไว้ 69 รายการ ประมาณ 159 ล้านบาท ที่ต้องอายัดทรัพย์เท่านี้ เพราะอาจเป็นการถือครองทรัพย์สินแทน ส่วนทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานตำรวจยึดไว้ในคดีอาญาไม่ได้ส่งมอบให้ ปปง.
ส่วนที่นายสมยศ ทำธุรกรรมร่วมกับนายชนนพัฒฐ์นั้น พบว่านายสมยศ ทำธุรกรรมทางการเงินร่วมกับบุคคลที่ ปปง.อายัดทรัพย์ไว้มากกว่า 1 คดี และอยู่ระหว่างการสืบสวน
ด้านตัวแทนกรมสรรพากร กล่าวว่า หนังสือเชิญไม่ได้อ้างว่าใช้อำนาจอะไร ซึ่งข้อมูลที่ขอเป็นข้อมูลต้องห้าม ทำให้นายรังสิมันต์ อธิบายว่า อยากให้สรรพากรเข้าใจการทำงานของ กมธ. ทางสรรพากรจึงชี้แจงว่าหนังสือที่ขอไปเป็นข้อมูลส่วนบุคคคล ที่ผ่านมา กมธ.เชิญกรมสรรพากร จะอ้างอำนาจในการขอข้อมูล ซึ่ง กมธ.นี้ไม่ได้ใช้อำนาจนั้น
นายรังสิมันต์ จึงกล่าวว่า อำนาจมีเสมอแม้ในหนังสือไม่ได้ระบุว่าใช้อำนาจอะไรในการขอเอกสาร ตัวแทนกรมสรรพากร กล่าวว่า อธิบดีได้รับหนังสือวันจันทร์ ส่วนตนได้รับหนังสือเมื่อวาน ดังนั้น เมื่อ กมธ.มีอำนาจในการขอข้อมูล วันนี้จึงขอผลัดส่งเอกสารภายหลัง
นายรังสิมันต์ ถามว่า พอจะบอกได้หรือไม่ว่านายชนนพัฒฐ์ ยื่นภาษีคร่าวๆ เท่าไหร่ หรือมีข้อมูลอะไรที่ให้เราได้หรือไม่ ตัวแทนสรรพากร จึงกล่าวว่า วันนี้ตั้งใจจะมาผลัดส่งอย่างเดียว ทำให้เกิดเสียงหัวเราะในที่ประชุม