ทบ. ซัดกัมพูชา ขวางกระบวนการสันติภาพ แสดงความเป็นปรปักษ์ วางทุ่นระเบิด สร้างข่าวเท็จ ฝ่าฝืนข้อตกลง ยั่วยุชายแดนต่อเนื่อง ย้ำมีความพร้อมรักษาอธิปไตย ความปลอดภัยประชาชน

เมื่อวันที่ 13 พ.ย.2568 ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่กลับเข้าสู่ความตึงเครียดอีกครั้งว่า แม้รัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชา ได้ร่วมลงนามในปฏิญญาร่วมไทย–กัมพูชา (Joint Declaration) เมื่อวันที่ 26 ต.ค.2568 เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และความมั่นคงตามแนวชายแดน

ครอบคลุม 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ การถอนอาวุธหนัก การเก็บกู้ทุ่นระเบิด การปราบปรามขบวนการอาชญากรรมไซเบอร์สแกม และการบริหารจัดการพื้นที่หมู่บ้านชายแดนจังหวัดสระแก้ว แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฝ่ายกัมพูชายังคงมีท่าทีเป็นปรปักษ์ต่อฝ่ายไทยมาอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะารลักลอบวางทุ่นระเบิด ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ได้เกิดเหตุการณ์ และตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 หลายครั้ง เหตุการณ์ทั้งหมดมีลักษณะต่อเนื่องและเข้าข่าย ละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศอย่างชัดเจน รวมทั้งหมด จำนวน 17 ทุ่น ดังนี้

ในพื้นที่ห้วยตามาเรีย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ
วันที่ 6 พ.ย.68 ตรวจพบทุ่นระเบิดชนิด PMN-2 ที่มีลักษณะการวางใหม่จำนวน 7 ลูก
วันที่ 9 พ.ย.68 ตรวจพบแนวลวดหนามถูกตัดหลายจุด
วันที่ 10 พ.ย.68 ทหารเหยียบกับระเบิดภายในแนวลวดหนามของฝ่ายไทยในระยะลึกเข้ามาประมาณ 7 เมตร ส่งผลให้ทหารไทยบาดเจ็บ 4 นาย และได้ตรวจพบ PMN-2 เพิ่มเติมอีก 3 ลูกในบริเวณใกล้เคียง

สำหรับเหตุการณ์พื้นที่อื่น ๆ
พื้นที่ปราสาทโดนตวล อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 10–11 พ.ย.68 ตรวจพบทุ่นระเบิด 5 ลูก
พื้นที่ช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 10 พ.ย.68 ตรวจพบ PMN-2 จำนวน 1 ลูก

การกระทำดังกล่าว นอกจากจะขัดขวางกระบวนการสันติภาพในพื้นที่ชายแดนที่กำลังเดินหน้าไปด้วยดีแล้ว ยังละเมิดข้อตกลงระหว่างกันและอนุสัญญาออตตาวา

นอกจากนี้ กัมพูชาได้เผยแพร่ข่าวปลอม บิดเบือนข้อมูลในหลายประเด็นโดยไม่อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง อาทิ การเสียชีวิตของเชลยศึก การกล่าวหาว่าทหารไทยเปิดฉากยิงใส่ประชาชนกัมพูชาก่อน การใส่ร้ายไทยเป็นผู้วางทุ่นระเบิดเอง ซึ่งความเป็นจริงคือ ฝ่ายกัมพูชาสร้างหลักฐานและคำกล่าวอ้างอันเป็นเท็จใส่ร้ายฝ่ายไทยโดยไม่มีมูลความจริงทุกประการ

ต่อกรณีนี้จะเห็นได้ว่าฝ่ายกัมพูชามีเจตนาไม่ปฏิบัติตามปฏิญญาร่วมไทย–กัมพูชา และกระทำการที่แสดงออกถึงความเป็นปรปักษ์ต่อไทยอย่างชัดเจน จนนำไปสู่รัฐบาลไทยมีมติให้ระงับการดำเนินการตามข้อตกลง

กองทัพบก ได้ระงับการถอนอาวุธหนัก รวมถึงการส่งกลับเชลยศึกในทุกกรณี แต่ฝ่ายไทยยังคงเดินหน้าเก็บกู้ทุ่นระเบิดในเขตอธิปไตยไทยต่อไป เพื่อให้พื้นที่มีความปลอดภัยและพร้อมปฏิบัติการทุกด้านที่อาจจะเกิดขึ้น

ทั้งนี้ กองทัพบกมีความพร้อมปกป้องอธิปไตยของชาติ ในกรอบการปฏิบัติของศูนย์บัญชาการทางทหาร และกระทรวงกลาโหม สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อป้องกันภัยคุกคามที่จะส่งผลกระทบต่ออธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน รวมถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและความปลอดภัยของประชาชนไทยในทุกพื้นที่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน