อนุทิน เปิดตัว “วราวุธ-บ้านใหญ่ชลบุรี-บ้านใหญ่ระยอง” สู้เลือกตั้ง “ลูกท็อป”ปัดทิ้งมรดกพ่อ “สนธยา”ลืมรอยร้าว จับมือ เฮ้ง “ปิยะ” โยนเสี่ยหนูคุยสาธิต ดึงซบ ภท.
เมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 23 พ.ย. 2568 ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แถลงเปิดตัว นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นายสนธยา คุณปลื้ม แกนนำกลุ่มชลบุรี นายปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง ร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย
นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้พรรคมีโอกาสต้อนรับผู้ที่จะมาร่วมการทำงานการเมืองด้วยกันในนามพรรค ภายหลังจากการยุบสภาและการเลือกตั้งครั้งหน้าที่จะถึงนี้ วันนี้ถือโอกาสมายืนยันว่าในการเลือกตั้งครั้งต่อไป พรรคภูมิใจไทยจะมีกลุ่มของนายวราวุธ มาพร้อมกับสมาชิกที่สังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา และนายสนธยา ที่จะทำการเมืองร่วมกันในนามพรรคภูมิใจไทย ในพื้นที่ จ.ชลบุรี
ส่วน จ.ระยอง มีนายปิยะ ที่จะมาทำงานการเมืองร่วมกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเราได้มีการหารือทำความเข้าใจถึงนโยบายและแนวทางการดำเนินการทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย ทุกท่านล้วนแต่มีเป้าหมาย จุดประสงค์และเจตนารมณ์เดียวกัน คือ ตั้งใจเข้ามาอาสาทำงานรับใช้ประเทศชาติ ประชาชน และทำความเจริญก้าวหน้าให้ประเทศไทยมากที่สุด ด้วยประสบการณ์ ศักยภาพ และเครือข่ายต่างๆ ที่เรามีอยู่ ซึ่งชัดเจนว่าเมื่อมีการยุบสภา ท่านทั้งหลายจะมาทำงานด้วยกัน
ด้าน นายวราวุธ กล่าวถึงเหตุผลที่ตัดสินใจร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยว่า ขอชี้แจงกรณที่มีกระแสข่าวศิลปอาชาทิ้งพรรคชาติไทยพัฒนา ว่า วันนี้ยังมีศิลปอาชาอยู่ และผู้ใหญ่ของพรรคชาติไทยพัฒนายังดำเนินกิจกรรมของพรรคอยู่ ไม่ได้ทิ้งไปไหน
ส่วนเหตุผลที่ยกกลุ่มมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยนั้น เดี๋ยวถึงเวลาพอยุบสภาจะได้เห็นถึงความชัดเจนอย่างที่นายอนุทินกล่าว แต่การทำงานแน่นอนเราอยากทำงานให้พี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็น จ.นครปฐม ร้อยเอ็ด และสุพรรณบุรี ให้มีประสิทธิภาพ เช่น ปัญหาน้ำท่วมที่ จ.นครปฐม สุพรรณบุรี เรื่องสถานการณ์น้ำท่วมหนักหนา ซึ่งการได้รับการสนับสนุนจากกระทรวง และหน่วยงานของรัฐต่างๆ ให้กับประชาชน คิดว่าจะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อถามมีการตั้งข้อสังเกตว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคเล็กอาจจะไปได้ยาก และจะย้ายเข้าพรรคใหญ่ นายวราวุธ กล่าวว่า ไม่ผิด เพราะจริงๆ แล้วในระบบการเมืองไม่ว่าในประเทศไหนก็ตาม การที่มีพรรคการเมืองจำนวนมากจะทำให้เกิดพรรคร่วมรัฐบาล หรือพรรคร่วมฝ่ายค้านเป็นจำนวนมาก แต่หากดูจากหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกาหรืออังกฤษที่มีพรรคการเมืองหลักอยู่ 2-3 พรรค ทำให้การทำงานมีความราบรื่นมากขึ้น
เมื่อถามย้ำว่าประชาชนในพื้นที่สุพรรณบุรีเข้าใจใช่หรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า คิดว่าพอถึงเวลา อย่างเช่นในขณะนี้ ถ้าได้มีโอกาสช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเต็มที่ ตนเชื่อว่าพี่น้องประชาชนจะเห็นถึงการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อถามอีกว่าใช้เวลาในการตัดสินใจยากหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า เป็นการพูดคุยกันกับทุกคน เพราะไม่ได้ตัดสินใจคนเดียว เป็นการเห็นพ้องต้องกันของสมาชิกที่อยู่ในพรรค
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคชาติไทยพัฒนาเปลี่ยนมาเป็นพรรคภูมิใจไทย มั่นใจว่าจะได้ยกจังหวัดหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า คิดว่าสมาชิกที่อยู่ในแต่ละพื้นที่เราทำงานอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ไม่ว่าจะในสถานการณ์ใดก็แล้วแต่ สมาชิกและสส.ทำงานเคียงข้างพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด และหวังว่าจะได้รับความไว้วางใจอีกครั้งหนึ่ง ก็มั่นใจ
เมื่อถามว่า เป็นการทิ้งพรรคซึ่งเป็นมรดกของบิดาหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า “พรรคชาติไทยพัฒนาพ่อบรรหารเองรับไม้ต่อจากราชครู และที่ผมกล่าวไปคือ ศิลปอาชายังอยู่คู่กับพรรคชาติไทยพัฒนาอยู่ ที่สำคัญการตัดสินใจดำเนินการทางการเมืองแบบนี้เป็นการรักษามรดกของผมเองไว้ด้วย” ขณะที่นายอนุทิน กล่าวเสริมว่า “ผมก็มาจากตรงนั้นเหมือน พวกเราต่างก็มีที่มาจากตรงนั้นแหละครับ”
ขณะที่ นายสนธยา กล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าไม่ถูกกับนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกฯ และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จริงหรือไม่ว่า การทำงานทางการเมืองหรือวิถีทางการเมือง บางครั้งในเรื่องการแข่งขันมันก็มีเป็นเรื่องปกติของการเมือง
ณ วันนี้ เรื่องการทำงานในนามของพรรคภูมิใจไทย เราทำงานในนามของพรรคภูมิใจไทยชลบุรี ทำงานด้วยกัน เดินหน้าไปด้วยกัน เพื่อที่จะสร้างความไว้วางใจหรือทำให้พี่น้องประชาชนเห็นว่า ทีมภูมิใจไทยชลบุรีมีเป้าหมายในการทำงานร่วมกัน โดยมีนโยบายของพรรคเป็นหลัก และมีพวกเราเป็นผู้ขับเคลื่อนนโยบายของพรรคในพื้นที่
ด้าน นายปิยะ กล่าวถึงการร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยว่า วันนี้ก็อยู่ด้วยกัน มีความคุ้นเคยกัน วันนี้ดีใจที่มาคุยกัน ทราบว่านายกฯ มีนโยบายที่กระจายอำนาจ ผลักดันให้ท้องถิ่น ซึ่งตนเป็นนายก อบจ.ระยอง ตนอยากจะรู้ว่าการพัฒนาท้องถิ่นจะนโยบายชัดเจนอย่างไร
วันนี้ดีใจ มีนโยบายที่จะกระจายอำนาจเพิ่มมากขึ้น เมื่อมีนโยบายที่จะกระจายท้องถิ่น คิดว่าความร่วมมือกับนายกฯ และพรรคภูมิใจไทย มีแนวทางที่ทำให้การพัฒนาพื้นที่ จ.ระยอง และเขตอีอีซีของระยองเติบโตขึ้น
ส่วนกรณีนายสาธิต ปิตุเตชะ อดีต สส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จะย้ายตามมาพรรค ภูมิใจไทยด้วยหรือไม่นั้น ปัญหาครอบครัว ความจริงนายสาธิตเป็นลูกน้องนายกฯ พี่น้องอาจจะคุยกันยากหน่อย เจ้านายกับลูกน้องอาจจะคุยกันได้ เลยยกให้นายอนุทินเป็นคนไปคุย ก็ไม่มีปัญหาอะไร อย่างไรเสียเรายังเป็นสายเลือดเดียวกัน
ขณะที่ นายอนุทิน กล่าวเสริมว่า นายสุชาติ กับพี่แป๊ะนายสนธยา ยังมาดีกันได้เพราะน้องหนู ตนคิดว่าวันนี้อาจจะเป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ทางการเมือง ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาทำการเมืองมาด้วยความแตกแยก มีแต่คิดถึงตัวเองเป็นหลัก วันนี้เราสามารถเปลี่ยนบริบททางการเมือง คนที่ได้รับประโยชน์สูงสุดคือประชาชน
แต่อย่าลืมว่าผู้แทนราษฎร คือ ตัวแทนของประชาชน ถ้าผู้แทนราษฎรไม่ถูกกัน ทะเลาะกัน คือ ประชาชนแตกแยกกัน ไม่มีประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้นกับประชาชนและประเทศชาติ สิ่งที่เราต้องการที่สุดวันนี้ คือ ความสมัครสมานสามัคคี เอาประสบการณ์ทุกสิ่งที่แต่ละคนสั่งสมกันมา 20 กว่าปี
สมัยก่อนเราเป็นวัยรุ่นทางการเมือง แต่วันนี้ต้องถือว่าการสั่งสมประสบการณ์ทางการเมืองมากพอสมควรแล้ว จึงต้องใช้ประสบการณ์ ใช้เครือข่าย ความสามารถ ทำให้ประเทศของเราก้าวหน้า สิ่งที่เราเห็นเรื่องความแตกแยกกันมา วันนี้ตนมีหน้าที่ที่จะทำให้เรื่องเหล่านี้หมดไป และมาเป็นพลังเดียวกันเพื่อทำให้เกิดการพัฒนา เกิดความสงบเรียบร้อย ความสามัคคี ทำให้ประเทศไทยของเรากลับมาเป็นผู้นำในภูมิภาคนี้